19 ธันวาคม 2562 เผยภาพจำลองหินขนาดยักษ์ที่ถล่มลงทะเล หลังด้านข้างของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัวถล่มจนเกิดคลื่นยักษ์

ที่มา: https://www.bbc.com/thai/international-50810142

หินขนาดใหญ่เหล่านี้บางก้อนมีความสูงถึง 70 – 90 เมตร ได้ตกลงไปในน้ำ ทำให้เกิดคลื่นสูงแผ่กระจายไปยังตลอดแนวชายฝั่งของเกาะชวา และเกาะสุมาตราเมื่อ 22 ธ.ค. 2018 มีผู้เสียชีวิตบริเวณช่องแคบซุนดามากกว่า 400 คนจากหายนะภัยที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืนครั้งนั้น ขณะที่ผู้คนอีกหลายพันคนได้รับบาดเจ็บ หรือพลัดถิ่นฐาน นับแต่นั้นมา นักวิจัยได้พยายามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่การศึกษาทุกอย่างจนถึงปัจจุบัน ยังคงอ้างอิงอยู่กับสิ่งที่เห็นโผล่พ้นผิวน้ำเท่านั้น ศ.เดฟ แทปพิน และเพื่อนร่วมงาน ตระหนักว่า พวกเขาต้องตรวจสอบส่วนที่สูญหายไปของภูเขาไฟ ซึ่งขณะนี้จมอยู่ใต้ผิวน้ำ ไม่เช่นนั้น พวกเขาจะไม่มีวันอธิบายการพังถล่มลงของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว ได้อย่างสมบูรณ์โดยแท้จริง นักวิทยาศาสตร์นำเครื่องหยั่งน้ำลึกชนิดหลายลำคลื่น (multibeam echosounder) มาใช้ในการสร้างแผนที่ของท้องทะเลเจ้าหน้าที่จากหน่วยสำรวจธรณีวิทยาของอังกฤษ (British Geological Survey) กล่าวกับ บีบีซี นิวส์ ว่า “แบบจำลองการถล่มที่ทำขึ้นครั้งแรก ๆ อ้างอิงจากภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งมองเห็นเฉพาะส่วนที่ภูเขาไฟโผล่พ้นน้ำเท่านั้น”  “จากข้อมูลการหยั่งวัดความลึกของพื้นทะเล เราได้สร้างภาพจำลองที่ระดับความลึก 200 เมตร และได้พบชิ้นส่วนก้อนหินรูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งมีลักษณะตรงกับส่วนที่เคยอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว ก่อนเกิดเหตุพังถล่ม” บริเวณที่ชิ้นส่วนของภูเขาไฟตกลงไปกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นทะเล ครอบคลุมไปจนถึงจุดที่ห่างออกไปถึง 2,000 เมตร นอกจากนี้ทีมงานยังได้สำรวจรูปแบบการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศษชิ้นส่วนเหล่านี้ลงไปกองทับถมอยู่บนซากการระเบิดของภูเขาไฟกรากาตัวเดิมได้อย่างไร ที่สำคัญการสร้างภาพจำลองใต้น้ำยังทำให้ทีมงานของ ศ.แทปพิน ได้ปรับลดประมาณการเรื่องปริมาตรของหินที่ถล่มลงมาจากด้านข้างของภูเขาไฟด้วย โดยพบว่ามีมวลหินถล่มน้อยกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ผลการคำนวณเดิม จากข้อมูลที่อ้างอิงการสำรวจส่วนที่หลงเหลืออยู่เหนือผิวน้ำของอะนัก กรากาตัว ซึ่งเคยมีความสูง 335 เมตร ระบุว่าปริมาตรหินที่พังถล่มลงมา น่าจะอยู่ที่ 0.27 ลูกบาศก์กิโลเมตร แต่การประเมินใหม่ในปัจจุบันระบุว่า หินที่ถล่มลงในทะเลคิดเป็น 0.19 ลูกบาศก์กิโลเมตร หรือเกือบ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาตรของหินถล่มที่ลดลง อาจเผยให้บรรดาผู้สร้างแบบจำลองการเกิดสึนามิ ได้เห็นถึงปัญหาบางอย่าง แม้ว่าแบบจำลองสถานการณ์ที่มีอยู่เดิม ซึ่งแสดงการเกิดคลื่นจากการพังถล่มของภูเขาไฟ โดยคลื่นเคลื่อนตัวข้ามช่องแคบซุนดา จะถือว่าสอดคล้องกับผลการวัดความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล และขอบเขตความเสียหายที่เกิดขึ้นตามแนวชายฝั่งที่อยู่ใกล้เคียงก็ตาม แต่ในปัจจุบันแบบจำลองเหล่านี้จะต้องผ่านการปรับคำนวณใหม่ โดยใช้ตัวเลขของปริมาตรหินถล่มที่น้อยลง นอกจากนี้ทีมงานของศ.แทปพิน ยังค้นพบว่า ระนาบการพังถล่มในบางส่วนของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว มีความลาดชันไม่มากเท่ากับที่เคยคาดการณ์ไว้แต่แรก แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเคยคาดกันว่า ส่วนที่พังถล่มของอะนัก กรากาตัว ไถลตัวลงไปในทะเลจากมุมที่มีความชันสูง และตกลงไปในแอ่งที่เกิดจากการระเบิดส่วนยอดของภูเขาไฟลูกเก่าในปี 1883 แต่พวกเขาเห็นได้ชัดในขณะนี้ว่า แนวลาดชันที่เกิดจากการถล่มยื่นลงไปจรดน้ำทะเลในบริเวณที่ตื้น และใกล้ผิวน้ำมากกว่าที่คาด ศ.สตีเฟน กริลลี จากมหาวิทยาลัยโรดไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสึนามิ อธิบายว่า “เราได้สร้างแบบจำลองสภาพของหินถล่มที่พื้นทะเลในระยะใกล้โดยรอบใหม่ โดยใช้ข้อมูลสร้างภาพที่มีความละเอียดมากขึ้น จากการวัดระดับความลึกของน้ำทะเลใหม่ และก็ยังคงได้ผลออกมาแทบไม่ต่างจากเดิม ทั้งที่ปริมาตรหินถล่มน้อยลง” “ลักษณะการพังถล่มด้วยมุมที่ไม่สูงชันมากนัก คล้ายกับการกระโดดด้วยสกี ทำให้ส่วนที่พังถล่มลงมากองอยู่ใกล้กับผิวน้ำมากขึ้น และเอื้อต่อการเกิดคลื่นสึนามิได้มากกว่าการพังถล่มจากมุมที่สูงชันกว่านี้ ซึ่งแบบหลังจะทำให้เศษหินลงไปอยู่ลึกกว่าในระยะเวลาที่สั้นกว่ามาก” ศ.แทปพิน และศ.กริลลี ได้กล่าวบรรยายเรื่องนี้ในที่ประชุมประจำฤดูใบไม้ร่วงของสหภาพธรณีฟิสิกส์อเมริกัน (AGU) ในนครซานฟรานซิสโก โดยเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มีโอกาสนำเสนอการค้นพบแก่ผู้คนในวงการวิทยาศาสตร์อย่างกว้างขวางมากขึ้น ศ.เฮอร์แมนน์ ฟริตซ์ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งจอร์เจีย (Georgia Institute of Technology) ได้ขึ้นกล่าวบรรยายที่งานนี้ด้วยเช่นกัน เขาได้วิเคราะห์ความเสียหายที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งใกล้เคียงอะนัก กรากาตัว โดยศึกษาจากสภาพพื้นที่บนบกว่า คลื่นสึนามิสูงขนาดไหน และซัดเข้าฝั่งไปไกลแค่ไหน ศ. ฟริตซ์พบว่า บนเกาะต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในระยะประชิดกับภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว ต้นไม้ที่มีความสูงถึง 80 เมตรจากระดับน้ำทะเลปกติ ถูกโค่นแบบถอนราก พลังงานจากคลื่นส่วนใหญ่ แผ่ออกจากภูเขาไฟในทิศทางเดียวกับการถล่มลงของมวลหินด้านตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้เกิดคลื่นสูง 10 เมตร สร้างความเสียหายแก่มุมหนึ่งของอุทยานแห่งชาติอูจุง กูลอน (Ujung Kulon National Park) บนเกาะปาไนตัน (Panaitan) ซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว ราว 50 กม. ศ.ฟริตซ์ กล่าวว่า “ชาวบ้านในพื้นที่โชคดีมากที่การพังถล่มนี้เกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ และคลื่นมุ่งหน้าไปทางอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่ไม่มาก”  “ถ้าทิศทางการถล่มต่างไปจากนี้ ผลที่เกิดขึ้นก็จะต่างไปอย่างมาก ในแง่ความสูงของคลื่นสึนามิซึ่งจะซัดถล่มบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น” บทเรียนจากภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว กำลังถูกนำไปใช้ประเมินอันตรายที่อาจเกิดจากภูเขาไฟลูกอื่น ๆ โดยมีภูเขาไฟราว 40 ลูกทั่วโลกที่มีการประเมินแล้วว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ หากด้านข้างของภูเขาไฟพังถล่มลงในน้ำทะเลที่อยู่ล้อมรอบ

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi canlı bahis siteleri güvenilir bahis siteleri amqsports.com bettingforward.com likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort