18 มิถุนายน 2563 ผลกระทบ COVID-19 ต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา:

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/885539

เมื่อโควิด-19 เข้ามา ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ผู้คนออกจากบ้านน้อยลง รวมถึงการทำกิจกรรมและกิจการบางส่วนต้องหยุดชะงัก และกลายเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งคุณภาพอากาศและน้ำ แต่ขณะเดียวกันปริมาณขยะพลาสติก และหน้ากากอนามัยที่เพิ่มมากขึ้น สถานการณ์โควิดส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตรการปิดประเทศ หรือปิดเมืองที่ส่งผลให้ไม่สามารถเดินทางไกลและท่องเที่ยวได้ การปิดกิจการของบางธุรกิจ การหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในห่วงโซ่อุปทานของหลายอุตสาหกรรม การเว้นระยะทางสังคม รวมทั้งการชะลอการบริโภคเพื่อรอสถานการณ์คลี่คลาย ตลอดจนการปรับตัวทำงานที่บ้านและประชุมออนไลน์ ล้วนส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อประเทศต่างๆ เป็นอย่างมาก เช่น มลพิษทางอากาศในประเทศจีนฝั่งตะวันออกลดลง ประมาณการว่าค่าออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ลดลงร้อยละ ๕๐ ระหว่างวันที่ ๒๓ ม.ค. (ซึ่งเป็นวันที่เมืองอู่ฮั่นเริ่มปิดเมือง) ถึงวันที่ ๙ ก.พ. เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

นอกจากนี้ยังพบว่า การห้ามเดินทางและมาตรการกักตัวส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในประเทศจีนลดลงร้อยละ ๒๕ ซึ่งผลจากมลพิษทางอากาศที่ลดลง นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่า สามารถช่วยชีวิตประชาชนได้ประมาณ 7.7 หมื่นรายในประเทศจีน องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ยังพบว่า ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงแรกของสถานการณ์โควิดในประเทศจีน การชะลอตัวทางเศรษฐกิจทำให้ระดับมลพิษลดลงอย่างมากโดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่นที่ลดลงร้อยละ ๒๕ – ๔๐ และยังพบว่า ปริมาณการปล่อยมลพิษกลับมาเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๖ ในช่วงวันที่ ๑๐ ก.พ.ถึงวันที่ ๑๒ มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่เริ่มกลับมาทำงาน สอดคล้องกับข้อวิจารณ์ที่ว่าการลดของการปล่อยมลพิษทางอากาศของประเทศจีนอาจจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม หากจีนต้องการกลับไปเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับเดิม

ประเทศอิตาลี องค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) สังเกตว่าระหว่างวันที่ ๑ ม.ค. ถึง ๑๑ มี.ค.ที่ผ่านมานี้ การปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์จากรถยนต์ โรงไฟฟ้าและโรงงานในบริเวณ Po Valley ซึ่งตั้งอยู่ทางภูมิภาคทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นจากการปิดเมืองในภูมิภาคดังกล่าว เช่น ในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี พบน้ำในคลองสะอาดขึ้นและมีความใสสะอาดจนสามารถมองเห็นปลาและแมงกะพรุน ซึ่งคาดว่า เกิดจากการลดการจราจรทางเรือ เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่มีสัญญาณให้เห็นว่าทรัพยากรธรรมชาติฟื้นตัวในหลายจุดโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ เช่น ภายหลังการท่องเที่ยวที่ซบเซาลง กลับพบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่บนชายหาดแถว จ. พังงาและภูเก็ตอย่างมาก นอกจากนี้ จากการสั่งซื้ออาหารออนไลน์ช่วยเว้นระยะห่างทางสังคมพบว่า ขยะพลาสติกที่เคยลดลงไปจากการรณรงค์และการห้ามใช้ในช่วงต้นปี ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการสั่งอาหารรูปแบบเดลิเวอรี่ที่สร้างขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๑๕ หรือเพิ่มขึ้นเป็น ๖,๓๐๐ ตันต่อวัน จากปกติประเทศไทยผลิตขยะพลาสติก ๒ ล้านตันต่อปี หรือประมาณ ๕,๕๐๐ ตันต่อวัน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นถึง ๑,๕๐๐ ตันต่อวัน