16 กันยายน 2563 สภาพอากาศเปลี่ยน ทำอากาศแปรปรวนทั่วโลกตลอดปี

ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/foreign/1928691

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า โลกเรากำลังส่งสัญญาณให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงผ่านทางภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับไฟป่ารุนแรง น้ำท่วมหนักในทวีปแอฟริกา รวมทั้งอุณหภูมิของผิวมหาสมุทรเขตร้อนที่อุ่นกว่าปกติ รวมทั้งยังมีรายงานคลื่นความร้อนที่เดือดทุบสถิติทั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียไปจนถึงแคว้นไซบีเรียจนทำให้แผ่นน้ำแข็งอาร์กติกละลาย

โซเนีย เซเนวีราตเน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศของมหาวิทยาลัยสวิส อีทีเอช ซูริช แสดงความเป็นห่วงว่า ถ้าหากยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ทั่วโลกจะมีความเสี่ยงที่จะต้องรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว และภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นอีก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่มีการเตือนล่วงหน้ามานานหลายสิบปีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงของพายุ หรือคลื่นความร้อน ที่เป็นผลโดยตรงมาจากสภาพอากาศเปลี่ยน โดยวิทยาการปัจจุบันทำให้นักวิจัยสามารถทราบรายละเอียดได้ว่าสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมีบทบาทสำคัญมากเพียงใดต่อภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์

นอกจากนี้ นักวิจัยยังสามารถจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงว่า สภาพอากาศจะเป็นเช่นไรหากมนุษย์ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในเวลานี้ คือ คลื่นความร้อนที่เกิดถี่มากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในไซบีเรียที่อุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งคลื่นความร้อนได้ส่งผลให้พื้นที่ป่าแห้งแล้ง นำไปสู่การเกิดไฟป่ารุนแรง กระทบกับแผ่นน้ำแข็งอาร์กติก นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้วทั้งยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกาเหนือต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้แทบจะเป็นศูนย์ ถ้าหากในโลกนี้ไม่มีภาคอุตสาหกรรม หรือการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ฟรีดเดอริก ออตโต นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศของมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดที่กำลังทำวิจัยและศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศระบุว่า ภาวะโลกร้อนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อน แต่การศึกษาก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าภาวะโลกร้อนเป็นต้นเหตุของภัยธรรมชาติรุนแรงทุกเหตุการณ์

คลื่นความร้อนที่ปกคลุมชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้โลกเราต้องพบกับอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยอุณหภูมิสูงถึง ๕๔.๔ องศาเซลเซียสในหุบเขามรณะ และหลังจากผ่านไป ๑ สัปดาห์ ภูมิภาคดังกล่าวก็ยังคงต้องเจอกับสภาพอากาศร้อนจัด โดยในแถบนครลอสแอนเจลิส อุณหภูมิพุ่งสูงสุดทำสถิติใหม่ที่ ๔๙ องศาเซลเซียส ตามมาด้วยไฟป่ารุนแรงในรัฐโอเรกอน และแคลิฟอร์เนีย

จากการที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้น ๑ องศาเซลเซียสนับตั้งแต่ยุคก่อนอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศ มหาสมุทร และนำไปสู่พายุรุนแรงขึ้น นอกจากนี้พายุเฮอริเคนที่เกิดขึ้นก็ทวีกำลังแรงขึ้น เนื่องจากได้รับพลังงานจากความร้อนจากมหาสมุทร โดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสตอล ทางตะวันตกของอังกฤษเพิ่งตีพิมพ์ผลการศึกษาเมื่อเดือนที่ผ่านมาพบว่า ภาวะโลกร้อนทำให้ความรุนแรงของเฮอริเคนและฝนที่ตกลงมาในแถบแคริเบียนมีความรุนแรงมากกว่าปกติถึง ๕ เท่า

น้ำทะเลในอ่าวเม็กซิโกที่อุ่นขึ้น ทำให้พายุเฮอริเคนลอร่ายกระดับกลายเป็นเฮอริเคนระดับ ๔ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะพัดขึ้นฝั่งที่รัฐหลุยเซียนาด้วยความเร็วลมถึง ๒๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนาย จอห์น เบล เอ็ดเวิร์ดส ผู้ว่าการรัฐยอมรับว่า นี่เป็นเฮอริเคนที่รุนแรงที่สุดที่พัดเข้าพื้นที่ นับตั้งแต่พายุเฮอริเคนแคทรีนาในปี
พ.ศ. ๒๕๔๘

ขณะที่พายุไซโคลนที่พัดออกจากมหาสมุทรอินเดียก็แสดงรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน โดยพื้นที่นี้นับเป็นจุดที่เกิดไซโคลนบ่อยครั้งที่สุด ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปยังประเทศอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งอุณหภูมิของผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ทำให้ไซโคลนอำพันกลายเป็นพายุไซโคลนระดับ ๕ ภายในเวลา ๑๘ ชม. ก่อนที่จะพัดเข้าถล่มรัฐเบงกอลตะวันตกเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นเพียง ๑ เดือนไซโคลนนิซาร์กาความเร็วลม ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็พัดเข้าถล่มตอนใต้ของประเทศอินเดีย

ร็อกซี่ แมทธิวโคล นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ สถาบันอุตุนิยมวิทยาเขตร้อนของประเทศอินเดียระบุว่า พายุไซโคลนทั้ง ๒ ลูกนี้เป็นพายุที่เหนือคาดการณ์ และสาเหตุที่ทำให้พายุมีความรุนแรงก็เกิดจากอุณหภูมิในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ

ขณะที่ซาง ผิง ซี่ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศแห่งสถาบันวิจัยสมุทรศาสตร์ สคริปป์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า อุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้น มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในจีนครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ ๓ ทศวรรษ

ส่วนที่ทวีปแอฟริกาก็เผชิญสภาพอากาศแปรปรวนหนัก หลังจากที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง ชาวบ้านในประเทศซูดานนับหมื่นคนกลายเป็นคนไร้บ้าน ขณะที่ประเทศเซเนกัลเผชิญกับฝนตกหนักพบว่า ปริมาณฝนในวันเดียวมากกว่าฝนที่ตกตลอด ๓ เดือนในช่วงหน้าฝน

นี่เป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่มีการอ้างอิง จากการศึกษาของนักวิจัยหลากหลายสถาบัน ซึ่งเป็นที่น่าตกใจที่ข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ภัยธรรมชาติทุกประเภทกำลังรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ซึ่งตอกย้ำให้มนุษย์เราต้องยอมรับว่า หากทุกภาคส่วนยังไม่ให้ความสำคัญและเร่งแก้ไข สิ่งที่เราและลูกหลานจะต้องเผชิญในอนาคตข้างหน้าก็คือผลกรรมจากการกระทำของพวกเราเอง

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com türkçe altyazılı porno hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort