16 กรกฎาคม 2563 ชาวบ้านระทม น้ำทะเลขังทำหอยนางรมไม่โต วอนรัฐช่วยตักทรายเปิดปากคลอง

ที่มา:

https://mgronline.com/local/detail/9630000072879

ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยที่คลองบางนางรม ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ทุกข์หนักมาหลายปี เหตุทรายทับถมปิดปากคลองบางนางรม น้ำทะเลไหลเข้าแต่ไม่ออก มีน้ำจืดขังปริมาณมาก ไม่มีการถ่ายเทตามธรรมชาติ กระทบต่อวงจรชีวิตสัตว์น้ำทะเล ประกอบด้วย หอยนางรม ปูดำ ปูม้า ปลาเก๋า และปลากะพง คลองแห่งนี้เป็นแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่สำคัญเพียงแห่งเดียวใน อ. เมืองประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้หอยนางรมหยุดโต ขณะที่ศัตรูทางธรรมชาติแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว

นางวันดี สุขเจริญ อายุ ๕๖ ปี เกษตรกรเลี้ยงหอยนางรมในคลองบางนางรม ชุมชนปากคลองในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์กว่า ๓๐ ปี โดยประกอบอาชีพมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่เปิดเผยว่า ชาวบ้านกว่า ๖๐ ครัวเรือนประสบปัญหาสัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ในคลองบางนางรม ซึ่งมีพื้นที่เพาะเลี้ยงกว่า ๑๐๐ ไร่ ประกอบด้วย หอยนางรม ปูดำ ปูม้า ปลากะพง และปลาเก๋าเจริญเติบโตช้า บางชนิดก็หยุดโต เนื่องจากน้ำในคลองเป็นน้ำกร่อย คือในช่วงเย็นน้ำทะเลเข้าคลองและถูกน้ำจืดจากฝายน้ำล้นเหนือคลองไหลมาผสม ช่วงเช้ากระแสน้ำจะผลักดันให้น้ำเค็มไหลคืนสู่ทะเล ซึ่งเป็นวิถีธรรมชาติที่มีการไหลเวียนของกระแสน้ำ และสัตว์น้ำจะเจริญเติบโตได้ดี แต่ปัจจุบันทรายปิดปากคลอง ทำให้น้ำนิ่ง มีตะกอนขี้เลนหนาตัว และร่องน้ำตื้นเขิน ซึ่งทรายได้พัดมาสู่คลองในปริมาณมาก จากบริเวณปากคลองที่เคยยืนน้ำสูงระดับเอว หรือบางฤดูกาลสูงถึงหน้าอก ปัจจุบันมีความสูงเพียงตาตุ่ม นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรค หอยกะพงซึ่งเป็นหอยขนาดเล็ก เกาะที่ฝาหอยนางรม และแย่งอาหาร ส่งผลให้หอยหยุดโตหรือโตช้ามาก ซึ่งระยะเวลาในการเลี้ยงหอยจากวัยอ่อนจนถึงขนาดใหญ่ คือ ๖ – ๗ เดือน และในช่วง ๒ ปีนี้ มีเส้นสีส้มเกาะที่ฝาหอยอย่างหนาตาลักษณะน่าเกลียด ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า หมี่กรอบ ซึ่งปัญหาเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ประกอบอาชีพนี้ เลี้ยงแบบธรรมชาติและไม่มีอุปสรรคใดๆ

จากสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา หอยนางรมไม่สามารถขายได้ เนื่องจากลูกค้าหลักเป็นร้านอาหารและโรงแรม เมื่อร้านถูกปิดไม่มีนักท่องเที่ยว ชาวบ้านจึงขาดรายได้นานกว่า ๔ เดือน ขณะที่เดือนก.ค. นี้ เริ่มขายได้วันละประมาณ ๑๐ กก. สำหรับหอยตัวเล็กที่แกะแล้วขายพ่อค้าคนกลางกิโลกรัมละ ๑๒๐บาท ส่วนหอยขนาดใหญ่สำหรับรับประทานสดขายตัวละ ๔ -๕ บาท จึงขอวิงวอนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนปากคลองบางนางรม ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงหายนางรม ช่วยขุดลอกทราย เพื่อเปิดทางให้น้ำทะเลและน้ำจืดไหลเข้าออกได้ตามธรรมชาติดังเดิม