14 ธันวาคม 2562 น้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายเร็ว 7 เท่า วิกฤติ Climate Change ลางร้ายหายนะโลก

ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/foreign/1723933?cx_testId=2&cx_testVariant=cx_1&cx_artPos=3#cxrecs_s

วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ Climate Change กำลังเป็นหายนภัยใหญ่หลวงต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ชนิดที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมเตือนดังขึ้นเรื่อยๆ ว่ากำลังทำให้โลกใกล้ถึงจุดที่ไม่อาจจะกลับไปเยียวยาได้แล้ว ปี ค.ศ.2019 เป็นอีกปีที่ชาวโลกจำนวนไม่น้อย ได้ประสบหายนภัยธรรมชาติรุนแรง ตลอดจนรับฟังข่าว และได้เห็นภาพมหันตภัยทางธรรมชาติ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดถี่ขึ้น และทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นพายุ-น้ำท่วม-อากาศหนาวเย็นมากขึ้น ร้อนแล้งขึ้น ไฟป่ารุนแรงขึ้น ธารน้ำแข็งขั้วโลก และบนยอดภูเขาสูงทั่วโลกกำลังละลายมากขึ้นอย่างน่าวิตก ทว่าขณะที่ ‘คนหัวเก่า’ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำพาชาติมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก สวนทางกับความพยายามแก้ไขวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในปี 2019 โลกก็ยังมีความหวังจากพลังของบรรดานักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลก รวมทั้ง เกรียตา ทุนแบร์ก สาวน้อยชาวสวีเดนวัย 16 ที่กลายเป็นพลังให้แก่เยาวชนคนหนุ่มสาวทั่วโลก ให้ลุกขึ้นมาช่วยกันรักษาโลกให้รอดพ้นจาก Climate Change

* สหรัฐอเมริกาเริ่มกระบวนการถอนตัวจาก ‘ความตกลงปารีส’

ข่าวร้ายข่าวหนึ่งที่กระหน่ำซ้ำเติมวิกฤติอากาศเปลี่ยนแปลงของโลก ก็คือ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เมินเรื่องภาวะโลกร้อน (อย่างน่าผิดหวัง) โดยได้พาสหรัฐอเมริกาถอนตัวจาก ‘ความตกลงปารีส’ ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งความตกลงปารีสนี้ เป็นความตกลงกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก ตั้งแต่ พ.ศ.2563 พียงแต่ในปีนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 4 พ.ย. 62 ว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้แจ้งต่อสหประชาชาติอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้ส่งจดหมายถึงนายอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติแล้วว่า สหรัฐอเมริกาจะถอนตัวจากความตกลงปารีส 2015 โดยขั้นตอนแรกของกระบวนการจะใช้เวลาหนึ่งปี ซึ่งการออกจากข้อตกลงนี้จะครบกำหนด 1 วัน หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ของสหรัฐฯ วันที่ 4 พ.ย.2020

*ข้อมูลยืนยันจากนาซา โลกร้อนขึ้นอย่างน่ากลัว

ขณะที่ทรัมป์ ไม่เชื่อว่าสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และภาวะโลกร้อนจากฝีมือมนุษย์ และยังพาสหรัฐอเมริกา ถอนตัวจาก ‘ความตกลงปารีส’ เพราะมีความเห็นว่าสร้างภาระทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมให้กับชาวอเมริกันนั้น ทว่าจากรายงานขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซา) หน่วยงานสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับจากชาวโลก ได้รายงานการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และภาวะโลกร้อนที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานของ NASA-NOAA
– ระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในชั้นบรรยากาศโลกเมื่อ 16 ก.ย. 2019 อยู่ที่ 412.14 ส่วนในล้านส่วน (ppm) สูงสุดในรอบ 650,000 ปี 

– อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 1.9 องศาฟาเรนไฮต์ นับตั้งแต่ปี 1880

*น้ำแข็งกรีนแลนด์ ละลายเร็วกว่า 20 ปีที่แล้ว ถึง 7 เท่า

จากรายงานการศึกษาใหม่โดยนาซา และสำนักงานอวกาศยุโรป (ESA) โดยได้ข้อมูลจากดาวเทียมติดตามผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่กรีนแลนด์ เกาะใหญ่สุดในมหาสมุทรอาร์กติก และอยู่ทางเหนือสุดของโลกใกล้ขั้วโลกพบว่า แผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์กำลังละลายอย่างรวดเร็ว โดยได้สูญเสียน้ำแข็งไปแล้วถึง 3.8 ล้านล้านตัน ระหว่างปี 1992-2018 ที่น่าวิตกตามมาอย่างยิ่งก็คือ การละลายอย่างรวดเร็วของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ กำลังส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น โดยคาดว่าในปี ค.ศ. 2100 ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นประมาณ 70-130 เซนติเมตร ซึ่งเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า จากภาวะโลกร้อน โดยในช่วงทศวรรษ 1990 น้ำแข็งที่กรีนแลนด์ละลายเฉลี่ยแล้วประมาณ 25,000 ตันต่อปี ทว่าอัตราการละลายของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ปัจจุบันอยู่ที่ 234,000 ตันต่อปี ซึ่งหมายถึง แผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ ละลายเร็วขึ้นกว่า 26 ปีที่แล้ว ถึง 7 เท่า นับตั้งแต่เริ่มมีการศึกษากันมาเลยทีเดียว

*อย่าให้โคอาลาน้อย ‘ลูอิส’ ตายฟรี

ภาพที่สร้างความตกตะลึงอย่างยิ่งจากภาวะโลกร้อน ช่วงส่งท้ายปี 2019 อันแสดงให้เห็นถึงมหันตภัยจากวิกฤติอากาศเปลี่ยนแปลง ก็คือ น้ำตกวิกตอเรีย บริเวณริมชายแดนแซมเบียและซิมบับเว ในทวีปแอฟริกากลับแห้งผาก จากสภาวะแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงไปนาน ทำให้แทบไม่เหลือร่องรอยของความยิ่งใหญ่ จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

และก่อนหน้านั้นไม่นาน ต้องสะเทือนใจกับข่าวโคอาลาน้อยลูอิสในประเทศออสเตรเลีย ที่กลายเป็นขวัญใจชาวโลก ที่สุดท้ายแพทย์ต้องตัดสินใจจบชีวิตลูอิส เพื่อให้พ้นจากความทรมานจากการที่ร่างกายถูกไฟไหม้บาดเจ็บสาหัส หลังจากลูอิสได้เป็นโคอาลาน้อยตัวหนึ่งที่ต้องประสบภัยเหตุไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และได้รับความช่วยเหลือจากหญิงฮีโร่ ที่ช่วยอุ้มมันออกมาจากบริเวณที่ถูกไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรงจนเป็นข่าวโด่งดังทั่วโลกที่ทำให้ผู้คนได้หันมาตระหนักถึงมหันตภัยจากไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งมากขึ้น

*ไทม์ยกย่อง เกรียตา ทุนแบร์ก บุคคลแห่งปี 2019

เกรียตา ทุนแบร์ก เด็กสาววัย 16 ชาวสวีเดน ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารไทม์ ให้เป็นบุคคลแห่งปี 2019 จากการที่เธอเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะเยาวชนคนหนุ่มคนสาวออกมาเคลื่อนไหวปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เกรียตา ทุนแบร์ก นับเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดที่ได้รับคัดเลือกจากไทม์ ให้เป็นบุคคลแห่งปี นับแต่นิตยสารทรงอิทธิพลฉบับนี้ในสหรัฐอเมริกา เริ่มมีการคัดเลือกบุคคลแห่งปีเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 1927 ระหว่างที่เกรียตา ทุนแบร์ก กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสุดยอดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่กรุงมาดริดเมื่อ 11 ธ.ค. 2562 เธอได้เรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกหยุดใช้ ‘การพีอาร์ ประชาสัมพันธ์แบบสร้างสรรค์’ เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะดำเนินการปฏิบัติอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ความพยายามของเกรียตา ทุนแบร์ก ได้ต่อสู้อย่างจริงจังและโดดเดี่ยวในเรื่องนี้อย่างกล้าหาญมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จากการที่เธอได้ขอหยุด ไม่เข้าห้องเรียนในทุกวันศุกร์ เพื่อต้องการมาประท้วงที่ด้านนอกรัฐสภาสวีเดน และเรียกร้องรัฐสภาให้ดำเนินการหาทางแก้ไขภาวะโลกร้อน จนเกรียตา ทุนแบร์กได้กลายเป็นแรงบันดาลใจจุดประกายให้เยาวชนทั่วโลกออกมาเคลื่อนไหวปกปักรักษาโลกให้รอดพ้นจากวิกฤติโลกร้อน

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi canlı bahis siteleri güvenilir bahis siteleri amqsports.com bettingforward.com likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort