12 มีนาคม 2563 มากกว่าภาพเขียนสีโบราณ! เอกสารกรมศิลปากรชี้ชัด “เขายะลา” มีวัตถุโบราณอีกหลายชิ้น

ที่มา: https://mgronline.com/south/detail/9630000024821

หลังจากตรวจพบภาพเขียนสีโบราณ และขวานโบราณอายุหลายพันปีในพื้นที่ น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น ได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินบริเวณเขายะลาเป็นโบราณสถาน กินพื้นที่ประมาณ 887 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ต. ยะลา และ ต. ลิดล อ. เมืองยะลา จ. ยะลา กระทั่งวันที่ 30 ก.ย. 2562 กรมศิลปากรได้ออกประกาศแก้ไขเขตที่ดินดังกล่าวเหลือเพียง 697 ไร่ เพื่อนำพื้นที่ที่หั่นออกไปราว 190 ไร่ไปให้โรงโม่หินนำไประเบิดหินเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมก่อสร้างต่างๆ อันมีเป้าหมายรองรับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังเป็นไปในอัตราเร่ง และนั่นได้ทำให้ผู้คนในสังคมจำนวนมาก โดยเฉพาะชาว จ. ยะลาได้รวมตัวคัดค้านในนามเครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา นอกจากนี้ สังคมเริ่มตื่นและเข้าร่วมรณรงค์ค้านการลดพื้นที่ของกรมศิลปากร

รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา ซึ่งเป็นผู้เสนอให้ช่วยกันประทับนิ้วมือด้วยหมึกสีแดงบนกระดาษแล้วนำไปโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรณรงค์ปกป้องเขายะลา ได้ให้เหตุผลไว้ว่า การลดพื้นที่ประกาศเขตโบราณสถานของกรมศิลปากรดังกล่าวไม่สมควรทำ เพราะตามหลักเกณฑ์โบราณคดีสากลนั้น ต้องดูสภาพแวดล้อมด้วยว่าแหล่งโบราณคดีนั้นๆ มีความสัมพันธ์กับความเป็นบ้านเมือง สังคม วัฒนธรรม ในบริเวณโดยรอบหรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่กรมศิลปากรกลับไม่ได้ดูจุดนี้ กลับดูแต่จุดที่เจอวัตถุโบราณเท่านั้น นอกจากเรื่องสภาพแวดล้อมโดยรอบจุดที่พบภาพสีโบราณ และขวานโบราณอายุหลายพันปีแล้ว หลายภาคส่วนยังเชื่อว่า ยังมีวัตถุโบราณอีกหลายชิ้นที่ยังรอการค้นพบ และเป็นไปได้ว่า บางชิ้นอาจอยู่ในพื้นที่ที่ถูกหั่นออกไปเพื่อนำไประเบิด

หลักฐานที่หนึ่งที่เชื่อว่ามีวัตถุโบราณอื่นนอกเหนือไปจากที่เคยเจอ คือ บันทึกรายงานของกรมศิลปากรในการสำรวจเขายะลาในห้วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่เคยมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการมาก่อน รวมทั้งสิ้น 6 ครั้งด้วยกัน คือ (1) ปี 2541 โดยศิริพร ลิ่มวิจิตรวงศ์ ผลการศึกษา สำนักศิลปากรที่ 13 สงขลาสำรวจพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เขายะลาเป็นครั้งแรก เนื่องจากจะมีการทำเหมืองหินปูนที่เขายะลา (2) ปี 2542 สำนักงานศิลปากรที่ 13 สงขลา สำรวจแหล่งโบราณคดีเขายะลาอีกครั้งเพื่อขึ้นทะเบียนโบราณสถาน (3) ระหว่างปี 2543 – 2544 สำนักงานศิลปากรที่ 13 สงขลา สำรวจเขายะลาเพิ่มเติม และแก้ไขแผนผังขึ้นทะเบียนโบราณสถานให้ครอบคลุมพื้นที่ระเบิดหิน (4) ปี 2544 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 118 ตอนพิเศษ 127ง หน้า 6 ประกาศเขตพื้นที่โบราณสถาน 887 ไร่ 3 งาน 40 ตาราง (5) ปี 2549 สำนักงานศิลปากรที่ 13 สงขลา ร่วมกับ หจก. คูน้ำดันดิน สำรวจเขายะลาเพื่อกันเขตป้องกันแหล่งศิลปกรรมและโบราณสถานจากเหมืองหินปูน และ (6) ปี 2553 โดยอัตถสิทธิ์ สุขขำ ศึกษาศิลปะถ้ำ หรือศิลปกรรมบนผนังหินที่พบในภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อเสนอเป็นวิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต่อมหาวิทยาลัยศิลปากร หัวข้อ “การกำหนดอายุแหล่งศิลปกรรมบนผนังหินสมัยโบราณในภาคใต้ของประเทศไทย” เพื่อประมวลข้อมูลเบื้องต้นและแนวคิดในการกำหนดอายุแหล่งศิลปกรรมบนผนังหิน รวมทั้งเรียบเรียงข้อมูลและกำหนดอายุแหล่งศิลปกรรมบนผนังหินในสมัยโบราณในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งรวมถึงศิลปะถ้ำที่พบที่เขายะลาด้วย