1 มิถุนายน 2563 สุดยื้อ “น้องวังไทร” ช้างป่ากุยบุรี อาการดีขึ้นวันเดียว ก่อนทรุดหนักจนตาย

ที่มา: https://www.sanook.com/news/8175570/

นายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีรายงานให้นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ สาขาเพชรบุรีได้ทราบเพื่อประสานขอทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชมารักษาช้างป่าตัว ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ. ประจวบคีรีขันธ์ใช้เครื่องสแกน ปรากฎว่าตรวจพบวัตถุโลหะตามตัวของน้องวังไทรลูกช้างป่ากุยบุรี รวม ๕ แห่ง ทั้งที่ก้นสองข้าง สะโพก ๒ แห่ง และหัวไหล่ ซึ่งคาดว่าแผลจะเกิดการอักเสบจนเป็นสาเหตุหลักทำให้ลูกช้างป่าล้มป่วยดังกล่าว

ทั้งนี้สัตวแพทย์หญิงกชกร พิมพ์เสน สัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่สัตวบาลจากศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย จ. เพชรบุรีลงพื้นที่ตรวจดูอาการ และรักษาลูกช้างป่าทันที โดยให้น้ำเกลือ วิตามิน และยาปฏิชีวนะต่างๆ เพื่อเร่งฟื้นฟูร่างกายโดยด่วน และใช้รอกช่วยพยุงให้ลูกช้างยืนป้องกันอาการแทรกซ้อน ปรากฎว่าลูกช้างป่าสามารถยืนได้ดี และกินอาหารได้มากในวันถัดมา แต่ลูกช้างป่ายังมีภาวะขาดน้ำ กินน้ำได้น้อยกว่าลูกช้างทั่วไป แต่อาการโดยภาพรวมสร้างความดีใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลลูกช้างป่า และมั่นใจว่าจะสามารถช่วยชีวิตน้องวังไทรได้ ต่อมาช่วงบ่ายของวันที่ ๓๐ พค. ๖๓ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชส่งสัตวแพทย์หญิง กนกวรรณ ตรุยานนท์ สัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ (บ้านโป่ง) พร้อมเจ้าหน้าที่สัตวบาล และเวชภัณฑ์ยาที่จำเป็นสำหรับลูกช้างป่าเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการรักษา กระทั่งช่วงกลางดึกที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันที่ ๓๑ พค. ๖๓ ทีมแพทย์สังเกตุพบว่า อาการของน้องวังไทร ลูกช้างป่ากุยบุรีเริ่มปรากฎอาการท้องอืด ไม่สามารถขับถ่ายได้ เริ่มไม่กินอาหาร และขาเริ่มอ่อนแรง ไม่ทรงตัว โดยตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานฯ เฝ้าดูอาการลูกช้างป่าตลอดเวลา เพราะลูกช้างป่าอาการทรุดอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. น้องวังไทรล้มลงและจากไปอย่างสงบจากการอักเสบและติดเชื้อภายในอย่างรุนแรง 

ด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ .สามร้อยยอดลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด และติดตามการผ่าซากลูกช้างป่า เพื่อดูวัตถุโลหะที่ฝังอยู่ในตัวลูกช้างป่าทั้ง ๕ แห่ง ที่ทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐานสแกนพบโลหะว่า เป็นโลหะชนิดอะไร โดยขณะนี้ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินการของทางทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. สามร้อยยอด สำหรับซากของน้องวังไทร ทีมสัตวแพทย์ช่วยกันผ่าซากเพื่อเก็บชิ้นส่วนอวัยวะสำคัญในตัวลูกช้างป่า ทั้งตับ ม้าม หัวใจ หลอดลม กระเพาะอาหาร อาหารในกระเพาะ และชิ้นเนื้อต่างๆ ส่งตรวจสอบยังห้องปฏิบัติการเพื่อหาเชื้อโรคในลูกช้างป่า จากนั้นได้ขุดหลุมกลบฝังโรยปูนขาวเพื่อป้องกันเชื้อโรคตามหลักวิชาการ