1 กรกฎาคม 2563 สั่งทีพีไอเร่งแก้เสียงรบกวนหลุมขุดปิโตรเลียมด่านขุนทดกระทบชาวบ้าน

ที่มา:

https://www.posttoday.com/economy/news/627353

นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ โฆษกกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเปิดเผยว่า กรณีมีชาวบ้านหมู่ ๕ บ้านใหม่เจริญสุข อ.ด่านขุนทด จ. นครราชสีมาประท้วงบริเวณหลุมสำรวจปิโตรเลียม DKT-1 (ด่านขุนทด) ในแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L29/50 ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท โรงกลั่นน้ำมันทีพีไอ (๑๙๙๗) จำกัด เนื่องจากเกิดเสียงดังรบกวนจากการทำงานของเครื่องจักรตลอด ๒๔ ชม. กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านบริเวณดังกล่าว นั้น ขณะนี้ได้กำชับให้บริษัทฯ ดำเนินการตามข้อกำหนดในมาตรการต่างๆ ที่ได้ชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ต้องดำเนินการอื่นๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสมในกรณีเกิดผลกระทบด้านต่าง ๆ กับประชาชนเพื่อให้การดำเนินการสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามแผนที่กำหนด

ทั้งนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ตรวจสอบพบว่า การดำเนินกิจกรรมด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทุกพื้นที่รวมถึงการเจาะสำรวจหลุม DKT-1 (ด่านขุนทด) ได้กำกับดูแลในทุกกิจกรรมที่บริษัทผู้รับสัมปทานดำเนินงาน โดยได้จัดให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับดูแลในฐานที่ดำเนินโครงการ และเน้นให้ดำเนินการตามมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมภายใต้กฎหมายปิโตรเลียมและกฎหมายอื่นๆ แบบรัดกุม การสำรวจหลุมปิโตรเลียม DKT-1 (ด่านขุนทด) นี้คาดว่าจะใช้เวลาในการเจาะสำรวจประมาณ ๑๘๐ วัน นับจากวันที่ ๓๐ เม.ย. ๖๓ ที่ได้เริ่มการเจาะสำรวจ

อย่างไรก็ตาม ในการเจาะหลุมสำรวจปิโตรเลียมจำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำโคลนเพื่อช่วยในการดำเนินงาน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวทำงานด้วยระบบเพลาหมุนจากเครื่องยนต์ ทำให้อาจมีเสียงดังจากการเดินเครื่องยนต์และต้องมีการเดินเครื่องสำหรับการดำเนินงานตลอด ๒๔ ชม. ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสำหรับการเจาะหลุมปิโตรเลียมทั่วไป เนื่องจากการพักหรือหยุดการเดินเครื่องระหว่างการเจาะสำรวจนั้นอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อหลุมปิโตรเลียมได้

ทั้งนี้จากการตรวจวัดระดับความดังของเสียงในบริเวณดังกล่าวพบว่ามีค่าระดับเสียงเฉลี่ย ๒๔ ชม. ประมาณ ๖๕ เดซิเบล ซึ่งไม่เกินกว่าค่ามาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่กำหนดระดับเสียงเฉลี่ย ๒๔ ชม. ไม่เกิน ๗๐ เดซิเบล กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ประสานให้มีการนำแผ่น fiber glass มาพันรอบท่อไอเสียของเครื่องยนต์ที่ส่งกำลังให้เครื่องปั๊มน้ำโคลนทำงาน เพื่อลดการสั่นของท่อ ซึ่งจะช่วยให้ระดับความดังเสียงลดลงได้ รวมทั้งอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหามาตรการอื่นเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเสียงที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่