7 พฤศจิกายน 2569 ‘ซาอุฯ’ ใช้ ‘ฟาร์มโซลาร์’ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ‘สัตว์ใกล้สูญพันธุ์’ ฟื้นฟูระบบนิเวศยั่งยืน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 24,500 ตารางกิโลเมตร กินพื้นที่ตั้งแต่ที่ราบภูเขาไฟไปจนถึงชายฝั่งทะเลแดง แม้พื้นที่แห่งนี้จะคิดเป็นเพียง 1% ของพื้นที่ทางบก และ 1.8% ของพื้นที่ทางทะเลของประเทศ แต่กลับเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่า 50% ของสายพันธุ์ทั้งหมดในซาอุดีอาระเบีย กระจายตัวอยู่ในระบบนิเวศที่หลากหลายถึง 15 รูปแบบ
ภารกิจหลักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ คือ การเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศและการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อต่อสู้กับปัญหาการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมุ่งเน้นไปที่การนำสัตว์ป่าท้องถิ่นตามประวัติศาสตร์กลับคืนสู่ถิ่นอาศัยเดิม เพื่อฟื้นฟูระบบธรรมชาติให้สามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้วยการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยเพาะพันธุ์สัตว์ป่า
เพาะพันธุ์สัตว์ใต้แผงโซลาร์
โครงการ “ReWildingVoltaics” สร้างขึ้นบนพื้นที่สวนพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 250 เมกะวัตต์ ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 3,156 ไร่ ในเมืองทาบุก ดำเนินงานโดย บริษัท AMAALA Sustainable Company for Energy หรือ ASCE ซึ่งเป็นการร่วมทุนของกลุ่มทุนระดับโลก ได้แก่ EDF Group, Masdar, SUEZ และ Korea East-West Power เพื่อผลิตพลังงานสะอาด 100% ป้อนให้กับโครงการท่องเที่ยวระดับอภิมหาโปรเจกต์ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Red Sea Global
พื้นที่สวนพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้มีระบบรั้วป้องกันสัตว์นักล่าที่แน่นหนา ช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ป่า ขณะเดียวกัน แผงโซลาร์เซลล์ยังช่วยบดบังแสงแดดและลดอุณหภูมิบนพื้นดินลงได้ราว 5-10 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดร่มเงาตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการดูแลและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้สูงถึง 15 เท่า
“แซนด์กาเซลล์” (Sand gazelle หรือ Gazella marica) เป็นสัตว์ที่ถูกเลือกเพาะพันธุ์ในสวนแสงอาทิตย์ เพราะสามารถอาศัยอยู่ใต้แผงโซลาร์ได้โดยไม่รบกวนโครงสร้าง อีกทั้งยังเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เพราะช่วยกินวัชพืช กระจายเมล็ดพันธุ์ และฟื้นฟูห่วงโซ่อาหาร
ในเดือนพฤษภาคม 2026 มีการนำแซนด์กาเซลล์จำนวน 38 ตัว แบ่งเป็นตัวเมีย 33 ตัว และตัวผู้ 5 ตัว เข้าสู่พื้นที่เพาะพันธุ์ และคาดว่าจะได้ต้อนรับลูกแซนด์กาเซลล์ครอกแรกในเดือนธันวาคม 2026 นี้ จากแบบจำลองประชากร โดยฝ่ายบริการวิทยาศาสตร์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คาดการณ์ว่าฝูงแซนด์กาเซลล์จะเพิ่มจำนวนเป็นประมาณ 600 ตัวภายในปี 2031 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประชากรเริ่มต้นขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 500 ตัว อันเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการนำพวกมันปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าขนาดใหญ่ต่อไป
“แซนด์กาเซลล์” (Sand gazelle หรือ Gazella marica) เป็นสัตว์ที่ถูกเลือกเพาะพันธุ์ในสวนแสงอาทิตย์ เพราะสามารถอาศัยอยู่ใต้แผงโซลาร์ได้โดยไม่รบกวนโครงสร้าง อีกทั้งยังเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เพราะช่วยกินวัชพืช กระจายเมล็ดพันธุ์ และฟื้นฟูห่วงโซ่อาหาร
ในเดือนพฤษภาคม 2026 มีการนำแซนด์กาเซลล์จำนวน 38 ตัว แบ่งเป็นตัวเมีย 33 ตัว และตัวผู้ 5 ตัว เข้าสู่พื้นที่เพาะพันธุ์ และคาดว่าจะได้ต้อนรับลูกแซนด์กาเซลล์ครอกแรกในเดือนธันวาคม 2026 นี้ จากแบบจำลองประชากร โดยฝ่ายบริการวิทยาศาสตร์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คาดการณ์ว่าฝูงแซนด์กาเซลล์จะเพิ่มจำนวนเป็นประมาณ 600 ตัวภายในปี 2031 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประชากรเริ่มต้นขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 500 ตัว อันเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการนำพวกมันปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าขนาดใหญ่ต่อไป
ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com (https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1258524)