22 ตุลาคม 2569 ไบเออร์ ผนึก GIZ-ธนาคารโลก ขับเคลื่อนนวัตกรรมข้าวคาร์บอนต่ำ ยึดเอเชีย
การเผชิญหน้ากับสภาวะโลกร้อนและความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารระดับสากล ไม่อาจพึ่งพาโซลูชันเดี่ยวหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ การประสานพลังระหว่างยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีชีวภาพ องค์กรการเงินพหุภาคี และนโยบายภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนระบบการผลิต “ข้าวคาร์บอนต่ำ” จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมเอเชียสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกสแกนทิศทาง “ข้าวยุคใหม่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน
บริษัท ไบเออร์ (Bayer) ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และ สภาธุรกิจเพื่อความเข้าใจระหว่างประเทศ (BCIU) จัดงานเสวนา “Securing the Future of Rice: Innovation and Partnerships Advancing Food Security, Climate Resilience and Low-Carbon Rice Systems” ณ กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณอนุป แจ็กวานี (Anup Jagwani) ผู้อำนวยการระดับโลก ฝ่ายการเกษตรและธุรกิจเกษตร กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ข้าวยุคใหม่เพื่อความมั่นคงทางอาหาร ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยเน้นย้ำถึงการสร้างความสมดุลระหว่างผลตอบแทนของเกษตรกร มิติสิ่งแวดล้อม และกลไกทางการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance)
ชูนวัตกรรม “เปียกสลับแห้ง-ทำนาหว่านตรง” ลดก๊าซเรือนกระจก
เวทีเสวนาได้นำเสนอแนวทางเชิงนวัตกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่าข้าว (Rice Value Chain) ประกอบด้วย
การจัดการน้ำอัจฉริยะ เทคโนโลยีทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD)
นวัตกรรมเพาะปลูก การทำนาแบบหว่านเมล็ดโดยตรง (Direct Seeded Rice: DSR) ลดการใช้แรงงานและน้ำ
การเกษตรแม่นยำ การใช้เครื่องจักรกลการเกษตร การบริหารจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) และระบบคำแนะนำผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม
ผนึกกำลัง PPP จากนโยบายภาครัฐ สู่การลงมือปฏิบัติของภาคเอกชน
งานเสวนาได้แบ่งการแลกเปลี่ยนออกเป็น 2 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ บริบทโลกและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำโดย คุณแมทเธียส แบร์นิงเงอร์ รองประธานบริหาร ไบเออร์ เอจี และ คุณอิงกริด-กาเบรียลา โฮเวน กรรมการผู้จัดการ GIZ ควบคู่ไปกับเวทีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership: PPP)
การอภิปรายได้รับความร่วมมือจากผู้แทนหน่วยงานยุทธศาสตร์ เช่น ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ ที่ปรึกษากรมการข้าว (ประเทศไทย), ดร.ฝ่าม กวาง มินห์ สำนักเลขาธิการอาเซียน, ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม, องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO), IRRI Fund และบริษัท Olam เพื่อวางกรอบนโยบายเชิงโครงสร้างที่เอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อสีเขียว การสร้างแรงจูงใจทางการตลาด และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรรายย่อยทั่วภูมิภาคเอเชีย
การผนึกกำลังของไบเออร์ GIZ และพันธมิตรระดับสากลในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารโลกที่เปลี่ยนผ่านจาก “การส่งเสริมแบบต่างคนต่างทำ” ไปสู่ “ระบบนิเวศความร่วมมือ เชิงยุทธศาสตร์” การผสานนวัตกรรมการเกษตรคาร์บอนต่ำเข้ากับกลไกทางการเงินและนโยบายรัฐ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเอเชีย สามารถก้าวผ่านวิกฤตสภาวะอากาศผันผวน พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/economics/1256353)