22 ตุลาคม 2569 เยาวชนปั้น 3 นวัตกรรมแก้โจทย์สิ่งแวดล้อม ลุยทดลองจริงในชุมชน
ปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายเรื่องเริ่มต้นจากสิ่งที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเผาฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยวการบุกรุกพื้นที่ป่า ไปจนถึงความร้อนในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โครงการ Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 จึงเปิดโอกาสให้เยาวชนนำปัญหาเหล่านี้มาคิดต่อยอดเป็นนวัตกรรม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มความสามารถของชุมชนในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการภายใต้แนวคิด ‘Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา’ โดยมีทีมเยาวชนจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม 927 ทีม คัดเลือก 20 ทีมเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรม ก่อนคัดเหลือ 8 ทีมเข้าสู่รอบนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายระหว่างโครงการ เยาวชนได้ศึกษาดูงานที่โรงไฟฟ้าอุทัยของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ และสถานีบริการภาคพื้นดินของบริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จ.ปทุมธานี จากนั้นเข้าค่ายอบรม 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จ.สระบุรี ซึ่งจัดในรูปแบบกิจกรรมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event)
ภายในค่าย เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหาในชุมชน การคิดหาแนวทางแก้ไข ไปจนถึงการสร้างและทดสอบต้นแบบ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกม ‘ใคร Made Change?’ และ ‘Solar Slap’ ที่กัลฟ์ร่วมออกแบบ เพื่อให้เข้าใจเรื่องโลกรวน ธุรกิจพลังงาน และพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดคลินิกให้คำปรึกษาจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยพัฒนาผลงานก่อนนำเสนอรอบสุดท้าย
ผลการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศเป็นของทีมโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) จากผลงาน
‘ฟาง Work’ แพลตฟอร์มเชื่อมโยงเกษตรกรที่มีฟางข้าวเหลือหลังเก็บเกี่ยวกับผู้ที่ต้องการนำฟางไปใช้ประโยชน์ ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกรและลดการเผาฟาง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของฝุ่น PM2.5 โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมประเมินปริมาณฟางและคำนวณการลดการปล่อยคาร์บอนจากการงดเผา ทีมได้รับทุนการศึกษา 4 หมื่นบาทรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของทีมโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กับนวัตกรรมระบบเฝ้าระวังและตรวจจับการบุกรุกพื้นที่ป่า ผ่านเครือข่ายกล่อง IoT ขนาดเล็ก หรือ Node ที่สามารถตรวจจับกิจกรรมผิดปกติและส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมโรงเรียนชลประทานวิทยา จ.นนทบุรี จากผลงาน‘Root to Roof’ แผ่นฉนวนกันความร้อนจากผักตบชวาสำหรับโรงเรือนไก่ไข่ขนาดเล็ก แนวคิดดังกล่าวต่อยอดจากปัญหาผักตบชวาในชุมชนปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยนำผักตบชวามาใช้เป็นวัสดุช่วยลดความร้อนในโรงเรือน พร้อมเพิ่มประโยชน์ให้วัสดุที่เป็นปัญหาของชุมชนการตัดสินผลงานพิจารณาจากความถูกต้องทางวิชาการ ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง แนวทางการพัฒนา และการนำเสนอ โดยมีคณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นกรรมการ รวมถึง ดร.อำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลฟ์1 จำกัด และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลที่ปรึกษาดีเด่นแก่ครูนาฎอนงค์ เพชรสีดำ จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และครูวชิราภรณ์ อัครอธิมาตร จากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา)หลังจบการแข่งขัน ทีมที่ได้รับรางวัลทั้ง 3 อันดับจะได้รับทุนสนับสนุนทีมละไม่เกิน 2 หมื่นบาท เพื่อนำต้นแบบไปทดลองใช้ในพื้นที่จริง โดยมีคณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญจากกัลฟ์ให้คำปรึกษา เพื่อพัฒนาผลงานให้เหมาะกับการใช้งานในชุมชนตัวแทนทีมชนะเลิศจากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ ‘ฟาง Work’ มาจากปัญหาการเผาฟางข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว ทีมจึงตั้งใจนำแพลตฟอร์มไปทดลองใช้ในชุมชน จ.นครปฐม ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างประโยชน์ให้เกษตรกรและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ (https://www.dailynews.co.th/news/6273763/)