14 ตุลาคม 2569 ดัน “บางกะเจ้า” ต้นแบบเศรษฐกิจเพิ่มพูนนิเวศ เปิด 4 โมเดลพัฒนา เชื่อมการเงินสีเขียวคืนประโยชน์สู่ชุมชน เวทีคู่ขนาน IMF–World Bank
ดัน “บางกะเจ้า” ต้นแบบเศรษฐกิจเพิ่มพูนนิเวศ เปิด 4 โมเดลพัฒนา เชื่อมการเงินสีเขียวคืนประโยชน์สู่ชุมชน
เวทีคู่ขนาน IMF–World Bank ชูแนวคิด “เศรษฐกิจเพิ่มพูนนิเวศ” ฟื้นฟู 5 ระบบนิเวศ เปิดทางสร้างระบบการเงินเพื่อสนับสนุนและสร้างรายได้แก่ชุมชนผู้ดูแล “พื้นที่สีเขียวกรุงเทพฯ”
สมุทรปราการ 10 ตุลาคม 2569 — ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน นักวิชาการ และชุมชนบางกะเจ้า ร่วมผลักดันคุ้งบางกะเจ้าให้เป็นต้นแบบ “เศรษฐกิจเพิ่มพูนนิเวศ” (Nature Positive Economy) ผ่านการฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ประชาชน พร้อมเปิด 4 โมเดลพัฒนาและเสนอเครื่องมือการเงินสีเขียว เพื่อให้ผู้ดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม
ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในกิจกรรม “การเงินเพื่อเศรษฐกิจเมืองที่เกื้อกูลธรรมชาติ: คำมั่นแห่งบางกะเจ้า” (Financing a Nature-Positive Urban Economy: The Bang Kachao Commitment) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย คุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้ Bangkok Climate Action Week 2026 โดย Just Transitions Incubator (JUTI) และภาคีเครือข่าย จัดเป็นกิจกรรมคู่ขนานกับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)
เวทีตั้งคำถามสำคัญว่า “ใครควรสนับสนุน จ่ายค่าตอบแทนให้ชุมชนที่ช่วยดูแลธรรมชาติ ซึ่งคนทั้งเมืองได้รับประโยชน์” โดยมุ่งพัฒนากลไกการเงินที่ทำให้การรักษาพื้นที่สีเขียวไม่เป็นภาระของเจ้าของที่ดินและชุมชนในคุ้งบางกะเจ้าเพียงฝ่ายเดียว คุ้งบางกะเจ้ามีประชากรประมาณ 37,330 คน และบ้านเรือน 13,785 หลัง ตามข้อมูลปี 2568 มีคูคลอง 61 แห่ง และประตูน้ำ 34 แห่ง เป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่กำลังเผชิญความท้าทายทั้งปัญหาน้ำเค็ม การจัดการน้ำ ภาษีที่ดิน และข้อจำกัดการใช้ประโยชน์พื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการรักษาสวนผลไม้ยกร่องและพื้นที่สีเขียวในระยะยาว
ชุมชนชู PES เป็น “แต้มต่อ” ผู้รักษาพื้นที่สีเขียว กิจกรรมเริ่มด้วยการเดินทางโดยเรือไฟฟ้าสู่คุ้งบางกะเจ้า โดย คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลก (World Bank) นำเสนอหัวข้อบทบาทและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของธนาคารโลกในประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ที่ร่วมถ่ายทอดศักยภาพของบางกะเจ้าในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ช่วงเวทีชุมชน ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย นางมุทิตา เลิศลักษณาพร รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวถึงความสำคัญของแนวคิด People-Centered Justice ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ ขณะที่ นางนทีทิพย์ จึงสมประสงค์ ผู้แทนกรุงเทพมหานคร นำเสนอแนวทางความร่วมมือด้านการรับมือภัยพิบัติ การเดินทางคาร์บอนต่ำ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เวที “Community First” ดำเนินรายการโดย นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล จากเครือข่าย RoLD Fellows เปิดพื้นที่ให้ตัวแทนชุมชน 3 วัย ได้แก่ นายประกิจ รอดเจริญ ตัวแทนรากเหง้าชุมชน (The Roots), นายวิษณุ น้อยนวล ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ตำบลบางกะเจ้า ตัวแทนคนรุ่นขับเคลื่อน (The Shoots) และ นายธัญญา อ่วมเจริญ ตัวแทนพลังความคิดและการขับเคลื่อนชุมชน (The Brains) ร่วมสะท้อนปัญหาจากประสบการณ์จริง
ชุมชนย้ำความเป็นพื้นที่สีเขียวของบางกะเจ้า ที่มีอัตลักษณ์เป็นสวนผลไม้นานาพรรณ และมีเอกลักษณ์เป็นสวนยกร่อง ดังนั้นความสำคัญประการแรก คือการจัดการโครงสร้างน้ำที่มีคุณภาพ และตอบสนองการใช้ประโยชน์ของคนทุกกลุ่มในบางกะเจ้า รวมทั้ง การปรับปรุงกฎหมายที่ให้ความเป็นธรรมกับคนคุ้งบางกะเจ้าทุกภาคส่วน ประการสำคัญ คือได้รับการสนับสนุนด้านการเงินด้วยจิตวิญญาณแห่งการรักษาพื้นที่สีเขียวเพื่อคนไทยทุกคน ทั้งนี้ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงกิจกรรม CSR ระยะสั้น หรือเป็นครั้งคราว เวทียังเปิดโอกาสให้เยาวชนไกด์น้อย 4 คน ได้ร่วมเวที เพื่อให้ซึบซับข้อมูลจะได้เป็นพลังในการรักษาพื้นที่สีเขียวบางกะเจ้าให้ยั่งยืนต่อไป
ที่มา : MGR online (https://mgronline.com/qol/detail/9690000098854)