บางปูสู่มรดกอาเซียน

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นหนึ่งในผืนป่าชายเลนปากแม่น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทยตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล เพราะเป็นแหล่งปกป้องและอนุรักษ์นกอพยพข้ามทวีป และล่าสุดได้รับการเสนอชื่อขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks – AHP)
หัวใจของพื้นที่ชุ่มน้ำและแนวปราการชายฝั่ง
บางปูมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเล (Coastal Wetland) มีสภาพพื้นที่ครอบคลุมป่าชายเลน หาดโคลน และทางน้ำธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติต่าง ๆ
- ป้องกันการกัดเซาะ: แนวป่าแสมและป่าโกงกางช่วยลดความแรงของคลื่นและลม ป้องกันชายฝั่งถูกกัดเซาะ
- ระบบกรองน้ำเสีย: รากของพืชชายเลนช่วยดักจับตะกอน สารเคมี และดูดซับสารอาหารก่อนไหลลงสู่อ่าวไทย
- แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ: เป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของกุ้ง หอย ปู และปลา ซึ่งเป็นฐานรากของห่วงโซ่อาหารและอาชีพของชุมชนท้องถิ่น
นอกจากนี้ หาดโคลนที่อุดมไปด้วยไส้เดือนทะเลและหอยขนาดเล็ก จึงเป็นแหล่งพลังงานที่ขาดไม่ได้สำหรับการบินข้ามแดนหลายพันกิโลเมตรของนกอพยพ



บ้านหลังใหญ่ของนกประจำถิ่น-นกอพยพข้ามทวีป
บางปู เป็นแหล่งอาหารและแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนางนวลธรรมดา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่แห่งนี้ แต่ยังสามารถพบนกชนิดอื่น ๆ ได้อีกด้วย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่หาดโคลนที่เป็นถิ่นอาศัยสำคัญของนกชายเลนใกล้สูญพันธุ์ระดับโลก เช่น นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) และ นกซ่อมทะเลอกแดง (Asian Dowitcher) นอกจากนี้ ในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน – เมษายน) พื้นที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งพักพิงและแหล่งหาอาหารที่สำคัญของนกอพยพตามเส้นทางบินอพยพเอเชียตะวันออก-ออสเตรเลีย (East Asian-Australasian Flyway – EAAF) โดยมีนกอพยพมากกว่า 200 ชนิด ที่บินอพยพหนีความหนาวเย็นมาจากไซบีเรียและประเทศจีน
สู่การเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน
ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและคุณค่าทางระบบนิเวศในระดับสากล บางปูจึงเป็นตัวแทนพื้นที่ชุ่มน้ำ ชายฝั่ง และป่าชายเลนปากแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นถิ่นอพยพของนกหายาก และแหล่งขยายพันธุ์ของพืชและสัตว์ที่มีความสำคัญระดับโลก ประเทศไทยเห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของพื้นที่แห่งนี้ จึงได้เสนอชื่อศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี จังหวัดสมุทรปราการ เข้าสู่การพิจารณาเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks – AHP) และปัจจุบันได้รับการประกาศรับรองเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน ลําดับที่ 63 ของอาเซียน และเป็นลําดับที่ 10 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 (ดําเนินการตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยอุทยานมรดกแห่งอาเซียน 2003) พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและพื้นที่คุ้มครองที่มีคุณค่าและมีความสำคัญโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการยกระดับการอนุรักษ์ในระดับท้องถิ่น ไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศในการอนุรักษ์ปกป้องถิ่นที่อยู่ของนกอพยพและการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศ เพื่อเป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้คงอยู่ต่อไป
บทความโดย นางสาวอภิญญา เพ็งนาค เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม (กตป.)
เอกสารอ้างอิง
1. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.). (2566). ระบบฐานข้อมูลอุทยานมรดกแห่งอาเซียนและพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับสากลในประเทศไทย. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
2. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. (2565). รายงานสถานการณ์ทรัพยากรป่าชายเลนและแนวชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน (Bight of Bangkok). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
3. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี. (2564). คู่มือธรรมชาติศึกษาและระบบนิเวศหาดโคลนบางปู. กองดุริยางค์ทหารบก / สถานตากอากาศบางปู.
4. ASEAN Centre for Biodiversity (ACB). (2020). ASEAN Heritage Parks Regional Action Plan and Criteria Guidebook. Laguna, Philippines.
5. East Asian-Australasian Flyway Partnership (EAAFP). (2022). Site Information Sheet (SIS): Flyway Network Sites in Thailand (Inner Gulf of Bangkok). Incheon, Republic of Korea.
6. สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST). (2565). รายงานการสำรวจประชากรนกอพยพและนกชายเลนในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน. กรุงเทพฯ.