ONEP Learning #48 เมืองมีปัญหา ให้ธรรมชาติเยียวยาด้วย NbS

🌿 เมืองมีปัญหา ให้ธรรมชาติเยียวยาด้วย NbS
🌱 ต้อนรับเดือนกันยายน ด้วยเรื่องราวของพื้นที่สีเขียวกันแบบจัดเต็ม ONEP Learning ในสัปดาห์นี้ แอดประเดิมด้วยการพาไปทำความรู้จักกับการใช้พื้นที่สีเขียวที่จะมาช่วยจัดการเมืองตามแนวคิดการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature – based Solutions: NbS)
🤔 แล้วเคยสงสัยไหมว่า…พื้นที่สีเขียวไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้เมืองสวยและร่มรื่น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาเมืองได้จริงหรือ? ทั้งช่วยลดความร้อน จัดการน้ำ ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม และสร้างพื้นที่พักผ่อนให้คนเมืองได้อีกด้วย
🌳 แล้ว NbS คืออะไร และธรรมชาติจะเข้ามาช่วยเยียวยาปัญหาของเมืองเราได้อย่างไร? มาหาคำตอบไปพร้อมกันใน ONEP Learning กันครับ
💚 ถ้าเมืองของเรา “ให้ธรรมชาติเป็นฐานในการจัดการ” ได้มากขึ้น เมืองจะน่าอยู่ขึ้นแค่ไหน? ลองนึกภาพเมือง 2 แบบ
🏬 แบบแรกคือเมืองที่พื้นที่ส่วนใหญ่มีโครงสร้างพื้นฐานเป็นคอนกรีต รายล้อมด้วยถนนและอาคารจำนวนมาก เมื่อเกิดฝนตกน้ำไม่สามารถซึมลงบนพื้นผิวคอนกรีตได้ ทำให้น้ำไหลได้ทางเดียวคือท่อระบายน้ำ ขณะเดียวกันพื้นผิวดาดแข็งนี้กลับดูดซับและสะสมความร้อน ทำให้เกิดทั้งปัญหาน้ำรอระบายและความร้อนสะสมในเมือง
🌳 กับอีกเมืองที่ไม่ได้มอง “ต้นไม้และพื้นที่สีเขียว” เป็นเพียงสิ่งสวยงามที่มีไว้ตกแต่งเพื่อเป็นหน้าตาของเมือง แต่เป็นการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเมือง ตั้งแต่หลังคา อาคาร ถนน ทางเท้า สวน ไปจนถึงระบบจัดการน้ำ
🌿 แนวคิดการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการนี้เรียกว่า Nature – based Solutions (NbS) หรือ “การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน” ซึ่งในปี ค.ศ. 2016 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ได้ให้นิยาม NbS ว่า “เป็นการดำเนินการเพื่อการปกป้อง การจัดการอย่างยั่งยืนและการฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติหรือที่ถูกปรับแต่งขึ้นเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาสังคมต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังเอื้อประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์และประโยชน์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ” หรือ “การใช้ธรรมชาติหรือระบบนิเวศที่ได้รับการฟื้นฟูและจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยรับมือกับปัญหาของสังคม พร้อมสร้างประโยชน์ให้คนและความหลากหลาย
ทางชีวภาพไปพร้อมกัน”
🌱 จะว่าไปเมื่อธรรมชาติไม่ได้มีไว้แค่สร้างความร่มรื่น แต่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาเมืองได้ แล้วในชีวิตจริง… ธรรมชาติจะเข้ามาช่วยเราได้อย่างไรกันนะ? ลองเริ่มจากปัญหาใกล้ตัวที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอย่าง “น้ำฝน” เพราะเมื่อฝนตกหนัก เมืองที่มีแต่พื้นคอนกรีตอาจต้องรับมือกับน้ำจำนวนมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว แต่!! ถ้าเราเปลี่ยนบางพื้นที่ให้ธรรมชาติได้เข้ามาช่วย “รับน้ำ” ตั้งแต่ต้นทางล่ะ? ..มาดูกันว่า โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวจะเปลี่ยนวิธีจัดการน้ำฝนในเมืองได้อย่างไร
🌧️ ถ้าฝนตก โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวช่วยคุณได้
แทนที่จะพึ่งพาระบบระบายน้ำเพียงอย่างเดียว เราสามารถออกแบบพื้นที่ในเมืองให้ช่วยรองรับน้ำได้โดยการสร้าง “พื้นที่สีเขียว” รับน้ำไว้บริเวณริมถนน ริมทางเท้า หรือพื้นที่อื่น ๆ ในเมือง เพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำกระจายทั่วเมือง และอาศัยดิน ทราย กรวด พื้นผิวซึมน้ำได้ หลังคาสีเขียว พื้นที่ปลูกต้นไม้ และพืชช่วยชะลอ กรอง และหน่วงน้ำ โดยอาศัยหลักการสำคัญ คือ “ชะลอน้ำ – กระจายน้ำ – ให้ธรรมชาติช่วยกรอง – แล้วค่อยปล่อยหรือซึมลงดิน” แทนที่จะปล่อยให้น้ำฝนทั้งหมดไหลไปรวมกันในท่อและระบบระบายน้ำอย่างรวดเร็ว
💧 แต่ใช้โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเหล่านี้ช่วยชะลอปริมาณน้ำที่ไหลบ่าและจัดการน้ำฝน ณ จุดที่ฝนตกได้
☀️ ต้นไม้ไม่ได้ให้แค่ร่มเงา แต่ช่วย “จัดการความร้อน” ให้เมือง
เมืองที่มีอาคาร ถนน และพื้นผิวคอนกรีตจำนวนมากจะสะสมความร้อนได้มากกว่าพื้นที่ที่มีพืชพรรณปกคลุม จนทำให้เกิด “ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)” ต้นไม้จึงเข้ามามีบทบาทช่วยบังแดด ช่วยสร้างความชื้นในบรรยากาศผ่านกระบวนการคายน้ำ และช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศจึงช่วยลดความร้อนในพื้นที่โดยรอบได้ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพจะขึ้นกับชนิด ตำแหน่ง และความหนาแน่นของต้นไม้ในพื้นที่สีเขียว
🏙️🌳 สิ่งสำคัญ คือ NbS ไม่ได้หมายความว่า “เลิกใช้คอนกรีต”
เมืองยังจำเป็นต้องมีถนน ท่อระบายน้ำ อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างโครงสร้างพื้นฐานสีเทา (Gray Infrastructure) และโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Infrastructure) เพราะทั้ง 2 รูปแบบสามารถทำงานร่วมกันได้ อาทิ ท่อระบายน้ำทำหน้าที่รับน้ำส่วนเกิน ขณะที่พื้นที่สีเขียวทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำ พื้นที่ซึมน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำช่วยชะลอและจัดการน้ำก่อนที่น้ำจะไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำ
🌿 ประชาชนจะได้อะไรจากการใช้แนวคิด NbS ในการจัดการเมือง
เมืองที่ได้รับการออกแบบให้ธรรมชาติทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้ให้ประโยชน์เฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่หมายรวมถึง
💧 การชะลอน้ำฝนที่ไหลอย่างรวดเร็วให้สามารถจัดการได้ดีขึ้น
🌧️ การลดความเสี่ยงจากน้ำรอระบายในบางพื้นที่
🌳 การมีร่มเงาบนถนนและพื้นที่สาธารณะมากขึ้น
☀️ การช่วยบรรเทาความร้อนในเมือง
🐦 การเป็นพื้นที่อยู่อาศัยให้กับพืชและสัตว์
🚶 การเพิ่มพื้นที่นันทนาการให้กับประชาชนสำหรับเดิน วิ่ง เล่น ออกกำลังกาย พักผ่อน และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม รวมทั้ง ทำให้คนมีโอกาสใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น
🌱 แล้วเราทุกคนช่วยอะไรได้บ้าง?
การเปลี่ยนเมืองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป สามารถเริ่มต้นได้ในบ้านของเรา เริ่มจากการเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้หรือจัดการน้ำฝนในพื้นที่ของตัวเอง เพิ่มหลังคาสีเขียวให้กับอาคารหรือกำแพงสีเขียวในบริเวณที่เหมาะสม ชุมชนรวมกลุ่มกันเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นสวนชุมชนหรือพื้นที่หน่วงน้ำ เพราะ “เมืองฟองน้ำ” ไม่ได้เกิดจากการสร้างสวนใหญ่เพียงแห่งเดียว แต่เกิดจากการมีพื้นที่เล็ก ๆ จำนวนมากช่วยกันรับน้ำ
🌿 ลดความร้อน เพิ่มร่มเงา และเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติกลับมาทำงาน เพราะเมื่อธรรมชาติได้ทำงาน เมืองจะมีโอกาสยืดหยุ่นและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
☘️ มาร่วมกันเปลี่ยนเมืองของเราให้เป็นเมืองที่ “ธรรมชาติช่วยดูแลคน และคนช่วยดูแลธรรมชาติ” ☘️
📚 สำหรับ ONEP Learning ในสัปดาห์หน้า แอดจะพาไปเปิดมุมมองพื้นที่สีเขียวใกล้ตัวที่จะช่วยให้เมืองของเรารับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ สาระดีดียังรอทุกคนอยู่ บอกเลยว่าห้ามพลาดนะคะ
แหล่งอ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. แนวคิด Nature-based Solutions (NbS) การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน คืออะไร
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. แนวทางปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570)