8 กันยายน 2569 ปลูกต้นไม้สู้ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่แค่ปลูกเยอะ แต่ต้องปลูกให้ถูกวิธี
ทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝุ่น หลายพื้นที่ทั่วไทยต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่กลับมา ปกคลุมเมือง ส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพของประชาชน และการใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ หรือ บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประชาชนมีโอกาสสัมผัสมลพิษสูง ทั้งนี้ ข้อมูลจากทีมวิจัย มจธ. พบว่า แหล่งกำเนิด PM2.5..ในกรุงเทพฯ มาจากหลายปัจจัย โดยรถยนต์ดีเซลมีสัดส่วน 46% การเผาชีวมวล 22% อนุภาคทุติยภูมิ 14% และรถยนต์เบนซิน 11% ขณะที่แหล่งอื่นๆ คิดเป็น 7% สะท้อนว่า การแก้ปัญหาฝุ่นจำเป็นต้องอาศัยมาตรการหลายด้านควบคู่กัน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน ปัญหาฝุ่นยังคงยากจะขจัดให้พ้นไปได้ในเร็ววัน สิ่งหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปสามารถทำเองได้เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 นั่นคือ “การปลูกต้นไม้“ เพราะหลายงานวิจัยต่างยืนยันแล้วว่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียวอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยรับมือปัญหา PM2.5..ในเมืองได้ แต่คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “ปลูกต้นไม้อะไร” หากคือ “ปลูกอย่างไรจึงจะดักฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ“
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดย รศ.ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์ชีวภาพเชิงบูรณาการและนวัตกรรม คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี และหัวหน้าห้องปฏิบัติการ Remediation..(RMT)..สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ พร้อมทีมวิจัย ได้พัฒนาแนวทางออกแบบ “สวนลดฝุ่น” โดยผสานองค์ความรู้ด้านพืชเข้ากับ AI..เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ และซอฟต์แวร์จำลองพื้นที่สามมิติ เพื่อหาวิธีจัดวางต้นไม้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของเมือง เกิดเป็น “โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น” เพื่อช่วยพยากรณ์ประสิทธิภาพของสวนลดฝุ่น
เลือกพืชจาก “ลักษณะใบ” ไม่ใช่แค่ความสวยงาม ภายในโปรแกรมประกอบด้วยพันธุ์พืชไทย 73 ชนิด แบ่งเป็น ไม้ประดับ 51 ชนิด ไม้ยืนต้น 13 ชนิด และไม้พุ่ม 9 ชนิด โดยต้นไม้แต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการลดฝุ่นได้แตกต่างกัน โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ “ลักษณะของใบ” ทั้งความหนาแน่นของปากใบ ขนบนใบ ความขรุขระของพื้นผิว และชั้นไข
พืชที่มีศักยภาพสูงในการกรอง PM 2.5 ได้แก่ กัลปพฤกษ์ นีออน โมก รวมถึงเฟิร์นข้าหลวง เฟิร์นใบมะขาม พลูด่าง กลุ่มคล้า และกวักมรกต นอกจากนี้ยังพบว่า ความชื้นบนใบ ในช่วงกลางคืนทำหน้าที่คล้ายกาวธรรมชาติ ช่วยให้ฝุ่นเกาะติดได้ดีขึ้น โดยในบางสภาวะ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดักจับฝุ่นได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกต้นไม้ไม่ควรดูเฉพาะความสามารถในการดักฝุ่น เพราะพืชเองก็ได้รับผลกระทบจากฝุ่นสะสม เมื่อพืชเกิดความเครียดต่อเนื่อง พืชอาจปิดปากใบ สะสมฝุ่นบนใบมากขึ้น และในบางกรณีอาจทิ้งใบ ทำให้ประสิทธิภาพการดักจับฝุ่นลดลง “ต้นไม้เครียดมากเวลาโดนฝุ่นสะสมเยอะๆ โดยจะตอบสนองด้วยการปิดปากใบเพื่อกักเก็บน้ำ และบางครั้งก็สับสนจนคิดว่าตอนกลางวันเป็นกลางคืน เมื่อเครียดถึงจุดหนึ่งก็จะสลัดใบทิ้งและหยุดทำหน้าที่ทันทีเพราะฉะนั้นงานวิจัยของเราไม่ได้หยุดแค่ว่า ‘ต้นอะไรดักฝุ่นได้ดี’ แต่ต้องหาคำตอบต่อว่าจะทำอย่างไรให้พืชรักษาประสิทธิภาพในการดักฝุ่นได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมจริงของเมือง” รศ.ดร.ชัยรัตน์ กล่าว
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1250795)