6 กันยายน 2569 กกร.ชู “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” ดัน SME ไทยเกาะห่วงโซ่ธุรกิจสีเขียว

วันนี้ (2 ก.ย. 2569) นายผยง ศรีวณิช ประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่าประเทศไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากรูปแบบการเติบโตเดิมที่พึ่งพาความได้เปรียบด้านต้นทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก เริ่มไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันในโลกยุคใหม่ สะท้อนจากการประเมินของ IMF ที่คาดว่า เศรษฐกิจไทยในระยะกลางจะเติบโตประมาณ 2.4% เทียบกับประมาณ 5% ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย

ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ควบคู่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเศรษฐกิจนอกระบบ ความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพของภาครัฐ ขณะเดียวกันไทยต้องเร่งสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ ในช่วงที่กติกาการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลง นักลงทุน ให้ความสำคัญมากขึ้นกับความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยประเทศที่มีเสถียรภาพ โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่แข่งขันได้ และสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาด จะมีโอกาสดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้มากขึ้น

“การปล่อยคาร์บอนต่ำไม่ได้แยกออกจากความสามารถในการแข่งขันอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น Low-carbon..Transition..จึงไม่ใช่เพียงโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นทั้งโอกาสด้านการลงทุนและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

นายผยงกล่าวอีกว่า จากบริบทดังกล่าว การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ต้องเปลี่ยน Climate Investment ให้เป็นโอกาสในการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ทั้งพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การผลิตคาร์บอนต่ำ รถยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ Climate..Change ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะช่วยทั้งดึงดูดการลงทุน สร้างธุรกิจใหม่ และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต

“ธนาคารโลกประเมินว่า ไทยต้องการเงินลงทุนประมาณ 219,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.3 ล้านล้านบาท ในช่วงปี 2025–2050 เพื่อรับมือและลดผลกระทบจาก Climate Change ขณะที่ไทยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนโดยรวมจากประมาณ 23% เป็น 30% ของ GDP สะท้อนว่า Climate Investment จะเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จริง จำเป็นต้องมีกลไกที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน โดย Reinvent Thailand จะทำหน้าที่เป็น Platform สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเงิน และหน่วยงานด้านเทคนิค เพื่อให้การกำหนดนโยบาย การลงทุน และการแก้ไขอุปสรรคทางธุรกิจ อยู่บนข้อมูล เป้าหมาย และผลลัพธ์เดียวกัน โดยหัวใจสำคัญคือ การลงมือทำ เพราะการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเกิดการลงทุนจริง และการเปลี่ยนแปลงจริงในภาคธุรกิจ

ที่มา : Thai PBS (https://www.thaipbs.or.th/news/content/510200)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy