6 กันยายน 2569 ยูเอ็นเตือนอุณหภูมิโลกจ่อเพิ่ม 1.5 องศาฯ ในไม่กี่ปี ชี้ยังมีทางลดอุณหภูมิกลับลงได้

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP เผยรายงานประเมินสถานการณ์ครั้งสำคัญ ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกมีแนวโน้มทะลุเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมภายในไม่กี่ปี แม้พลาดเป้าหมายของความตกลงปารีส แต่โลกยังสามารถลดอุณหภูมิกลับลงมาต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสได้ หากเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มทะลุระดับ 1.5 องศาเซลเซียสในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการก้าวข้ามเป้าหมายสำคัญในการควบคุมภาวะโลกร้อนที่นานาประเทศกำหนดไว้ภายใต้ความตกลงปารีสเมื่อปี 2015

รายงานระบุอย่างชัดเจนว่า การหลีกเลี่ยงการทะลุระดับ 1.5 องศาฯ อาจไม่ใช่เป้าหมายที่ทำได้อีกต่อไป โดยโจทย์สำคัญของโลกกำลังเปลี่ยนจากการ “หลีกเลี่ยงการทะลุเป้า” ไปสู่การทำให้ช่วงเวลาที่อุณหภูมิสูงเกิน 1.5 องศาฯ สั้นที่สุดและสูงเกินเป้าให้น้อยที่สุด พร้อมพยายามลดอุณหภูมิให้กลับมาต่ำกว่าระดับดังกล่าว โดยเร็วที่สุด

รายงาน “Limiting Overshoot” เสนอแนวทางที่เรียกว่า “ทะลุเป้า-พุ่งสูงสุด-ลดลง” (overshoot, peak and decline) ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในการจำกัดความรุนแรงและระยะเวลาของภาวะโลกร้อนเกิน 1.5 องศาฯ โดยต้องอาศัยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะก๊าซมีเทน ควบคู่กับการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

นักวิทยาศาสตร์เห็นตรงกันว่า การที่อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 องศาฯ จะเพิ่มความเสี่ยงร้ายแรงต่อมนุษย์และระบบนิเวศ ขณะที่โลกได้อุ่นขึ้นแล้วราว 1.4 องศาฯ เมื่อเทียบกับช่วงปี 1850-1900 หรือช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมีสาเหตุหลักจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก หากอุณหภูมิโลกทะลุ 1.5 องศาฯ ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นตามทุกเศษเสี้ยวขององศาและทุกปีที่อุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับสูง ผลกระทบที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้น ได้แก่ คลื่นความร้อน ไฟป่า น้ำท่วม และสภาพอากาศสุดขั้ว ตลอดจนการสูญเสียระบบนิเวศ การจมอยู่ใต้น้ำของประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กและเมืองชายฝั่งพื้นที่ต่ำ รวมถึงความเสียหายต่อสุขภาพมนุษย์ ความมั่นคงทางอาหาร แหล่งน้ำ เมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจรายงานยังเตือนว่า ยิ่งอุณหภูมิสูงขึ้นและอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่โลกจะผ่าน “จุดเปลี่ยนที่ไม่อาจย้อนกลับ” ก็จะเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น การสูญเสียเสถียรภาพของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ การเสื่อมโทรมของป่าฝนอเมซอน และการเปลี่ยนแปลงของระบบหมุนเวียนกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมสภาพภูมิอากาศโลก ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด อุณหภูมิโลกอาจพุ่งขึ้นสูงสุดประมาณ 1.8 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ก่อนจะลดลงในระยะยาว ขณะที่สถานการณ์อื่น ๆ ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงสุดมากกว่านั้น หนึ่งในแนวทางสำคัญที่รายงานเสนอคือ การกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การปลูกป่าและการกักเก็บคาร์บอน โดยต้องดำเนินการควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างลึกและรวดเร็ว ไม่ใช่นำมาใช้แทนการลดการปล่อยก๊าซ

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์  (https://www.thairath.co.th/news/foreign/2956956)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy