สำรวจปิโตรเลียมฝั่งอันดามันกับคุณค่าระบบนิเวศที่ต้องจ่าย

หากพูดถึงทะเลอันดามันต้องนึกถึงภูมิทัศน์อันงดงาม และมีระบบนิเวศที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทั้งพะยูนซึ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หายากในปัจจุบัน และแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารของพะยูน รวมถึงแนวปะการังน้ำลึก ชายฝั่งทะเลอันดามันจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มาเยือนและสัมผัสธรรมชาติ
ทะเลอันดามัน คือ ชายฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ตั้งแต่จังหวัดระนอง จนถึง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นดินแดนแห่งธรรมชาติที่ยังคงดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์และเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่ง แต่ทว่าเมื่อ ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียมไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในประเทศ จึงต้องพึ่งพิงการนำเข้าจากต่างประเทศ ประกอบกับพลังงานโลกมีราคาผันผวน ทำให้ต้องเดินหน้าดำเนินการเปิดสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รอบที่ 26 โดยมีแปลงสำรวจ A1/68 ในทะเลอันดามัน เป็นจุดหลักที่น่าสนใจ การดำเนินการนี้ก่อให้เกิดคำถามที่สังคมไทย ไม่อาจหลีกเลี่ยงว่านี่คือทางออกด้านพลังงาน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม


ความมั่นคงทางพลังงาน
มุมมองสนับสนุนด้านพลังงานที่น่าสนใจและมีน้ำหนักไม่น้อย ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “วิกฤตพลังงานเงียบ” ปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทย ต้องพึ่งพาการนำเข้าในสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และราคาผันผวนตามตลาดโลก ประเทศไทยจึงลดการพึ่งพาการนำเข้าและดำเนินการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับอุปทานพลังงานในระยะยาว ลดความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลก ลดต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าไฟฟ้าของประชาชน อีกทั้งโครงการสำรวจและ ผลิตปิโตรเลียมก่อให้เกิดการจ้างงานตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ภาคบริการจนถึงภาคอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจสำรวจธรณีวิทยา ธุรกิจแท่นขุดเจาะ ธุรกิจแท่นผลิต การขนส่ง ทางอากาศ การขนส่งทางเรือ และท่าเรือสนับสนุน
คุณค่าระบบนิเวศที่ต้องจ่าย
พื้นที่ชายฝั่งอันดามันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหายาก ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามและมีแนวโน้ม ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด อาทิ เต่าทะเล พะยูน โลมา วาฬ และปลากระดูกอ่อน การสำรวจประชากรพะยูน ในประเทศไทยปี 2568 พบพะยูนทั้งสิ้น 203 ตัว โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน จำนวน 188 ตัว หรือคิดเป็นร้อยละ 92.6 พะยูนเป็นสัตว์ที่พึ่งพาแหล่งหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมชายฝั่ง ทั้งการสร้างท่าเรือ การขุดร่องน้ำ เป็นกิจกรรมที่ซ้ำเติมประชากรพะยูนที่เปราะบาง นอกจากนี้ การสำรวจ ด้วยคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Survey) ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ทั้งพะยูน โลมาและวาฬ เพราะเป็นสัตว์ที่พึ่งพาระบบโสตประสาท ในการนำทาง ล่าเหยื่อ และสื่อสาร คลื่นเสียงที่มีความเข้มสูงจากการสำรวจจึงอาจส่งผลรบกวนพฤติกรรมเหล่านี้อย่างถาวร

ทุกขั้นตอนในวัฏจักรของการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ตั้งแต่การขุดเจาะเพื่อสำรวจ การขุดเจาะเพื่อ การผลิต การดำเนินกิจการระหว่างการผลิต การขนส่งน้ำมัน ไปจนถึงการรื้อถอนเมื่อสิ้นสุดการดำเนินงาน ไม่ว่า จะเป็นการรื้อถอนท่อขนส่งปิโตรเลียม (Production Pipeline Decommissioning) หรือการรื้อถอนโครงสร้างส่วนบนแท่นหลุมผลิต (Wellhead platforms topsides) และขาแท่นหลุมผลิต (Jackets) ล้วนมีความเสี่ยง ที่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันและการปนเปื้อนของโลหะหนักสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ แม้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เพียงครั้งเดียว ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมากในวงกว้าง ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตในทะเล อีกทั้งยังทำลายความมั่นคงทางอาหารของชุมชนประมง รวมถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลานานในการดูแลและฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

บทสรุปของเรื่องนี้ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เดินหน้าสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอันดามัน แต่เป็นการหาข้อสรุปแนวทางที่เข้มงวดและสมดุลที่สุด ดังนั้น หากรัฐบาลเลือกเดินหน้าพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม แนวทางการกำกับดูแลจะต้องมีความชัดเจนและเข้มงวด เช่น การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA/EHIA) มาตรการป้องกันภัยพิบัติ และการกำหนดแนวเขต (Zoning) พื้นที่ห้ามเข้าใกล้เขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล แนวปะการัง และแหล่งชุมชน ซึ่งการดำเนินงานต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะไม่สูญเสียทรัพยากรทางธรรมชาติและทัศนียภาพที่สวยงามอันมีค่าไปอย่างไม่มีวันกลับ
บทความโดย นายศุภชัย ติยะวรากุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน กองติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม
เอกสารอ้างอิง
1. ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง “การกำหนดเขตพื้นที่แปลงสำรวจในทะเลอันดามันสำหรับการให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26”
2. ภาพพะยูน สืบค้นจากเพจ Facebook: The Earth (9 มิ.ย. 2569)
3. ภาพเกาะตาชัย จังหวัดพังงา (2 ต.ค. 2561)
สืบค้นจาก https://www.expedia.co.th/stories/southern_thailand/bd02_july18/
4. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (2568) เรื่อง “รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย พ.ศ. 2568”
5. กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (2567) เรื่อง “รายงานประจำปี 2567”
6. ภาพเหตุน้ำมันรั่วลงทะเลมาบตะพุดจังหวัดระยอง (27 ม.ค. 2565)
สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/984954