เมื่อธรรมชาติไม่ใช่แค่เรื่องอนุรักษ์ แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก

ในอดีต การอนุรักษ์ธรรมชาติมักถูกมองว่าเป็นภารกิจของนักสิ่งแวดล้อม แต่ในศตวรรษที่ 21 แนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น และการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ หลายประเทศจึงเริ่มตระหนักว่า ธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ต้องปกป้อง แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐาน (Natural Infrastructure) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยรายงานของ World Economic Forum กล่าวถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจกว่าครึ่งหนึ่งของโลก หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ และบริการจากระบบนิเวศโดยตรง หากธรรมชาติเสื่อมโทรม ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคมก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แนวคิดที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติคือ Nature-based Solutions (NbS) หรือการใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา โดยอาศัยศักยภาพของระบบนิเวศ เช่น ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าชายเลน หรือพื้นที่สีเขียว เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง มลพิษ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ร่วม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาพภูมิอากาศที่ผันผวนมากขึ้น หลายประเทศได้พัฒนาแนวคิดไปสู่ Nature-based Resilience (NbR) ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เน้นการเสริมสร้าง ความสามารถในการฟื้นตัว ของเมือง ชุมชนและระบบนิเวศ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติ ปรับตัว และกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างยั่งยืน แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดจาก การเอาชนะธรรมชาติ ไปสู่ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการ Sponge City ของจีน ซึ่งออกแบบเมืองให้ทำหน้าที่เสมือน ฟองน้ำ ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนรับน้ำฝน พื้นผิวซึมน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อดูดซับและกักเก็บน้ำฝน ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม และเพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อมในเมือง ขณะที่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ พลิกแนวคิดการจัดการน้ำผ่านโครงการ Room for the River โดยเปิดพื้นที่ให้แม่น้ำสามารถไหลและกระจายน้ำได้ตามธรรมชาติ แทนการสร้างคันกั้นน้ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ลดความเสียหายจากอุทกภัย ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ริมน้ำ
สำหรับประเทศไทย แม้จะมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก แต่ยังมีศักยภาพในการนำทรัพยากรมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาได้อย่างสมดุล โดยมีการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ การฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง หรือการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมืองให้สามารถทำหน้าที่เป็นพื้นที่หน่วงน้ำและลดอุณหภูมิในช่วงคลื่นความร้อน การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ แต่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตการแข่งขันของประเทศอาจไม่ได้วัดกันเพียงขนาดของโครงสร้างพื้นฐานคอนกรีตหรือการลงทุนด้านอุตสาหกรรม แต่รวมถึงความสามารถในการรักษาและเพิ่มมูลค่าของ ทุนทางธรรมชาติ (Natural Capital) ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ดังนั้น การลงทุนในธรรมชาติจึงไม่ใช่ต้นทุนของการพัฒนา หากแต่เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของการลดความเสียหายจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ลดความเสียหายจากภัยพิบัติ เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและอาหาร สร้างเมืองที่น่าอยู่ และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในอนาคต
เมื่อโลกกำลังก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจสีเขียว ประเทศที่สามารถผสานธรรมชาติเข้ากับการพัฒนาได้อย่างสมดุล ประเทศนั้นย่อมมีความพร้อมมากกว่าที่จะรับมือกับความท้าทายของศตวรรษที่ 21 เพราะท้ายที่สุดแล้ว ธรรมชาติ คือ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่จะหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของมนุษยชาติ จึงเป็นมรดกที่เราต้องหวงแหนและอนุรักษ์ไว้

บทความโดย นายอามีน สัสดีวงศ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กองติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม
บรรณานุกรม
- Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC). (2023). AR6 Synthesis Report: Climate Change 2023. Geneva: IPCC
- United Nations Environment Programme (UNEP). (2022). State of Finance for Nature 2022. Nairobi: UNEP
- International Union for Conservation of Nature (IUCN). (2020). Global Standard for Nature-based Solutions. Gland, Switzerland
- World Economic Forum. (2020). New Nature Economy Report II: The Future of Nature and Business. Geneva
- Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2021). Biodiversity, Natural Capital and the Economy. Paris
- European Commission. (2021). EU Biodiversity Strategy for 2030. Brussels
- United Nations. (2022). Kunming–Montreal Global Biodiversity Framework
- World Bank. (2021). The Economic Case for Nature. Washington, D.C.
- Ministry of Housing and Urban-Rural Development of China. Technical Guidelines for Sponge City Construction
- Room for the River Programme. Government of the Netherlands.
- กรมทรัพยากรน้ำ. (2566). แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. (2566). รายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย