14 กรกฏาคม 2569 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ พลิกสาหร่ายชีวมวล สู่นวัตกรรมเส้นใยปั้นแฟชั่นรักษ์โลก

เปลี่ยนของเสียในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นวัสดุชีวภาพมูลค่าสูง หนุนเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนจากสาหร่ายที่เกษตรกรเคยมองว่า เป็นภาระและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการ วันนี้ “สาหร่ายชีวมวลในบ่อเลี้ยงกุ้ง” ได้รับการพลิกโฉมสู่นวัตกรรมเส้นใยชีวภาพ (Biomass..Fiber) สำหรับผลิตผืนผ้า เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ที่เปลี่ยนของเหลือทิ้ง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง พร้อมสร้างรายได้ ลดต้นทุน และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

นายปวีณ บุญส่ง นักวิชาการประมงปฏิบัติการ จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้มอบหมายให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จัดแสดงผลงานในงาน Thailand Research Expo 2026 ภายใต้หัวข้อ “พลังวิจัยสร้างสรรค์นวัตกรรมสาหร่ายทะเลไทย จาก Future Food สู่เส้นใยชีวมวล ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อความยั่งยืน

ภายในงานได้นำเสนอองค์ความรู้จากการศึกษา ทดลอง และวิจัยการใช้ประโยชน์จากสาหร่ายทะเล ตั้งแต่การพัฒนาเป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ไปจนถึงการต่อยอดเป็นเส้นใยชีวมวล และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนจุดเด่นของผลงานครั้งนี้ คือ การนำ “สาหร่ายชีวมวล” ซึ่งเกิดขึ้น ตามธรรมชาติในบ่อเลี้ยงกุ้ง หรือบ่อพักน้ำที่ถูกทิ้งร้าง6 –10 เดือน มาพัฒนาเป็นวัสดุใหม่แทนการกำจัดทิ้ง เดิมเกษตรกรต้องมีการจัดการสาหร่ายชนิดนี้ ก่อนเตรียมการเลี้ยงสัตว์น้ำรุ่นใหม่ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ปัจจุบันสาหร่ายเหล่านี้สามารถแปรรูปเป็นเส้นใยสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ช่วยเปลี่ยนต้นทุนให้กลายเป็นมูลค่า และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่แก่ชุมชนชายฝั่งนายปวีณ กล่าวว่า กระบวนการผลิตเส้นใยจากสาหร่าย มีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ได้แก่ เก็บสาหร่ายจากบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ นำมาตากแห้งเพื่อลดความชื้น โดยสาหร่ายสด 10 กิโลกรัม จะเหลือประมาณ 1 กิโลกรัม จากนั้นนำมาปั่นเป็นเส้นใย ก่อนทอร่วมกับเส้นใยฝ้ายจนได้ผืนผ้า และนำไปออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนวัตกรรมดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดปริมาณของเสียจากระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรชีวภาพ สร้างรายได้ให้เกษตรกร ลดต้นทุนการจัดการบ่อเลี้ยง และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอสีเขียวของประเทศไทย สอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้าน นางกัญญารัตน์ สุนทรา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เผยว่า ผลสำเร็จจากงานวิจัย ด้านการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลและการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงการขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่ชายฝั่งในครั้งนี้ เป็นการใช้ประโยชน์จาก “สาหร่ายชีวมวล” ซึ่งพบในบ่อเลี้ยงกุ้ง หรือ บ่อพักน้ำ และเกษตรกรต้องมีต้นทุนในการจัดการมาพัฒนาเป็นเส้นใยและผลิตภัณฑ์ใหม่ สะท้อนการเปลี่ยนของเหลือใช้
ในระบบเพาะเลี้ยงให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับชุมชน

ที่มา : มติชนออนไลน์ (https://www.matichon.co.th/region/news_5797736)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy