ONEP Learning #39 กองทุนสิ่งแวดล้อม : เม็ดเงินเปลี่ยนโลก ชวนทุกภาคส่วนเปลี่ยนผ่านสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

กองทุนสิ่งแวดล้อม : เม็ดเงินเปลี่ยนโลก ชวนทุกภาคส่วนเปลี่ยนผ่านสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น 🌱💚
สวัสดีเดือนกรกฎาคม! 🌤️ เดือนใหม่มาถึงแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ และร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงดี ๆ ให้กับโลกของเรา เพราะทุกก้าวเล็ก ๆ ที่เราลงมือทำวันนี้ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า ไหนๆ ก็เปิดเดือนนี้กันด้วยพลังบวกแล้ว เพราะฉะนั้น เดือนนี้ทั้งเดือน แอดจะพาไปเปิดโลกของเรื่องเงินๆ ทองๆ ค่ะ อย่างที่บอกว่า การขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมหากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน “ความยั่งยืน” เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน แล้วถ้ามี “พลังสนับสนุน” ที่ช่วยผลักดันให้ความตั้งใจเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงได้อีก จะดีแค่ไหนกันนะ? วันนี้ ONEP Learning จะพาไปรู้จัก “กองทุนสิ่งแวดล้อม” เม็ดเงินที่ช่วยเปลี่ยนไอเดียดี ๆ ให้กลายเป็นการลงมือทำ เพื่อชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน 🌍
ในยุคที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาน้ำเสีย ขยะล้นเมือง และมลพิษทางอากาศ ได้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเราทุกคนโดยตรง แต่การจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นนั้น จำเป็นต้องมี “แหล่งเงินทุน” และ “กลไกที่มีประสิทธิภาพ” ในการสนับสนุน
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ “กองทุนสิ่งแวดล้อม” ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เข้ามาทำหน้าที่เป็น “กลไกทางการเงิน” หลักของประเทศในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงเอกชนขนาดใหญ่ ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
💡 อยากทำโครงการสิ่งแวดล้อม แต่ไม่มีงบ? คำตอบอยู่ที่นี่
กองทุนสิ่งแวดล้อม แบ่งการสนับสนุนออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบแตกต่างกัน
รูปแบบที่ 1: “เงินอุดหนุน” บริหารจัดการร่วมกับกรมบัญชีกลาง
คำถามแรกคงไม่พ้น ใครสามารถขอได้บ้าง?
และแน่นอนว่า ผู้ที่สามารถขอได้ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ส่วนราชการ องค์กรมหาชน สถาบันการศึกษา องค์การพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม (NGOs) เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและศิลปกรรมท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชนตำบล คณะกรรมการหมู่บ้าน และคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน
คำถามต่อมา สงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า แล้วเอาไปทำอะไรได้บ้าง?
แอดรวบมาให้ 2 เรื่องค่ะ คือ
- สร้างระบบบำบัดน้ำเสียและกำจัดของเสียในชุมชน (สำหรับ อปท.)
- จัดทำโครงการด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษเมือง การส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการศึกษาวิจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
🌏 สำหรับ ความร่วมมือระหว่างประเทศ (กลไกยกระดับสู่สากล) กองทุนสิ่งแวดล้อมยังได้เชื่อมต่อกับแหล่งทุนระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
ThaiCI (By Environmental Fund) – วงเงิน 4 ล้านยูโร: มุ่งสนับสนุนภาคเอกชนในทุกสาขาให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs) โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ธุรกิจโรงแรม อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และสร้างการปรับตัว ผ่านการสนับสนุนโครงการเพื่อเสริมความพร้อมรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Thai Rice GCF (เร็วๆ นี้) – วงเงิน 2 ล้านยูโร: จับมือกับ Green Climate Fund สนับสนุนชาวนาไทยใน “การทำนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ” เพื่อช่วยลดโลกร้อนและเพิ่มศักยภาพในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน
✨ แต่เดี๋ยวก่อน! กองทุนสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีเพียง “เงินอุดหนุน” เท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งรูปแบบที่หลายหน่วยงานและภาคเอกชนไม่ควรพลาด นั่นก็คือ…
รูปแบบที่ 2 “เงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ” บริหารจัดการร่วมกับ บมจ. ธนาคารกรุงไทย
คำถามยอดฮิต คือ ใครสามารถขอได้บ้าง?
ตอบเลยว่า รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคเอกชน
ส่วนคำถามที่ว่า เอาไปทำอะไรได้บ้าง?
แอดบอกเลยว่า มีทั้งการลงทุนสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดอากาศเสีย และระบบกำจัดของเสียรวม เพื่อลดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง
🌿 ตลอดระยะเวลากว่า 34 ที่ผ่านมา กองทุนสิ่งแวดล้อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
“เงินทุน” สามารถเปลี่ยนเป็น “อากาศให้บริสุทธิ์ น้ำที่สะอาด และชุมชนที่น่าอยู่ขึ้น” ได้จริง ผ่านการขับเคลื่อนโครงการที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในหลากหลายรูปแบบ ด้านการจัดการมลพิษ และสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมเงินกว่า 17,000 ล้านบาท จำนวนกว่า 1,900 โครงการ ในปี 2569 กองทุนสิ่งแวดล้อมจัดสรรเงินไปแล้วกว่า 23 ล้านบาท เหลือเงินอุดหนุนอีก 56 ล้านบาท และเงินกู้อีก 20 ล้านบาท และยังมีเงินเพื่อการดำเนินงานด้านการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกกว่า 30 ล้านบาท
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำชุมชนที่อยากเห็นระบบจัดการขยะที่ดีขึ้น เป็นอาจารย์นักวิจัยที่อยากคิดค้นนวัตกรรมรักษ์โลก หรือเป็นผู้ประกอบการที่อยากเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากคุณพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงนี้ กองทุนสิ่งแวดล้อมแห่งนี้พร้อมเปิดประตูต้อนรับและสนับสนุนทุกไอเดียเปลี่ยนโลก มาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะสิ่งแวดล้อมที่ดี…คือสิ่งที่ล้ำค่าที่เราจะส่งต่อให้ลูกหลานได้ 💚
📞 แอบบอกเลยว่า ใครที่อยากเริ่มโปรเจกต์ดีๆ ติดต่อเราได้ที่ 02-265-6589 หรือ (http://www.envfund.onep.go.th) แล้วมาร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อมไปด้วยกันกับ “กองทุนสิ่งแวดล้อม” นะคะ
📌 ตอนต่อไป…พลาดไม่ได้!
ชวนไปรู้จัก “ThaiCI” กลไกความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศที่กองทุนสิ่งแวดล้อมร่วมขับเคลื่อน เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมศักยภาพการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แล้วพบกันใน ONEP Learning ตอนหน้า เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน…เริ่มต้นได้จากการเรียนรู้ไปด้วยกัน 🌱