5 มิถุนายน 2569 “เหยี่ยวแดง” นักล่าแห่งผืนฟ้าชายฝั่ง พบได้แทบทุกภูมิภาคในไทย
“เหยี่ยวแดง” นักล่าแห่งผืนฟ้าชายฝั่ง ขยายพันธุ์กว้างขวางโดยเฉพาะเอเชียใต้-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้แทบทุกภูมิภาคในไทย กับสีขาว-แดงเด่นเป็นเอกลักษณ์ หากเคยเดินทางไปตามชายทะเล ป่าชายเลน หรือแม่น้ำสายใหญ่ของประเทศไทย หลายคนอาจเคยเห็นนกนักล่าตัวหนึ่งบินโฉบอยู่เหนือผืนน้ำ ด้วยลำตัวสีน้ำตาลแดงตัดกับหัวและอกสีขาวอย่างโดดเด่น นกชนิดนั้นคือ Brahminy Kite หรือ “เหยี่ยวแดง”
เหยี่ยวแดง ถือเป็นหนึ่งในนกล่าเหยื่อที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่งของเอเชีย โดยเฉพาะในพื้นที่ชุ่มน้ำและชายฝั่งทะเล ด้วยรูปลักษณ์สง่างาม การบินที่นุ่มนวล และสีสันที่สะดุดตา ทำให้มันกลายเป็นนกนักล่าที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักดูนกและช่างภาพธรรมชาติ
เหยี่ยวนักล่าที่พบได้แทบทุกภูมิภาคในไทย เหยี่ยวแดง เป็นนกล่าเหยื่อในวงศ์ Accipitridae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับอินทรี เหยี่ยว และแร้งหลายชนิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Haliastur Indus พบกระจายพันธุ์กว้างขวางตั้งแต่อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ เมียนมา ไทย กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี ไปจนถึงออสเตรเลียบางส่วน โดยในประเทศไทยสามารถพบได้แทบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะบริเวณป่าชายเลน ชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ
สีขาวแดงเด่นที่มองเห็นได้ทันที จุดเด่นที่สุดของเหยี่ยวแดง คือ สีสันของลำตัว หัวสีขาว
คอสีขาว อกสีขาว ลำตัวและปีกสีน้ำตาลแดงเข้ม ทำให้แตกต่างจากเหยี่ยวชนิดอื่นอย่างชัดเจน โดยลูกนกและวัยอ่อนจะมีสีเข้มกว่าตัวเต็มวัย และยังไม่เห็นสีขาวชัดเจน ข้อมูลทั่วไปของตัวเต็มวัย ได้แก่ ความยาวลำตัวประมาณ 44–52 เซนติเมตร ความกว้างปีกประมาณ 110–125 เซนติเมตร น้ำหนักราว 400–700 กรัม แม้จะไม่ใช่เหยี่ยวขนาดใหญ่ แต่มีปีกกว้างช่วยให้บินร่อนได้ดี โดยเหยี่ยวแดงมีปีกค่อนข้างกว้างและโค้งมน ขณะบินจะเห็นลักษณะคล้ายอินทรีขนาดเล็ก ทำให้สามารถใช้กระแสลมช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่า-อาศัยใกล้ “แหล่งน้ำ“ เหยี่ยวแดงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการบินร่อนเหนือแม่น้ำ ปากแม่น้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ และชายทะเล เพื่อมองหาอาหารจากด้านบน เหยี่ยวแดงต่างจากนกล่าเหยื่อหลายชนิดที่เน้นล่าสัตว์มีชีวิต โดยเป็นนักล่าที่ปรับตัวเก่งมาก สามารถล่าเหยื่อสด เก็บซากสัตว์ แย่งอาหารจากนกชนิดอื่นได้ทั้งหมด มักอาศัยอยู่เป็นคู่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์ หลายคู่จะใช้พื้นที่เดิมเป็นเวลาหลายปี อาหารของเหยี่ยวแดงมีความหลากหลายมาก เช่น ปลา ปู กุ้ง กบ สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก นกขนาดเล็ก ไปจนถึงซากสัตว์ บางครั้งสามารถพบเหยี่ยวแดงบินโฉบลงไปคว้าปลาจากผิวน้ำได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พวกมันไม่ได้เป็นนักดำน้ำเหมือนนกอินทรีหัวขาวหรือเหยี่ยวออสเปรย์ ในประเทศไทย พื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามันถือเป็นแหล่งสำคัญของเหยี่ยวแดง
ความเสี่ยงสูญพันธุ์ต่ำ แต่ยังมีภัยคุกคาม ปัจจุบัน เหยี่ยวแดงถูกจัดอยู่ในสถานะ Least Concern หรือ ความเสี่ยงต่ำ หมายความว่า ประชากรทั่วโลกยังมีจำนวนมากและกระจายพันธุ์กว้าง อย่างไรก็ตาม ยังมีภัยคุกคามบางประการ เช่น การถมที่ดินและการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งส่งผลต่อแหล่งอาหารและพื้นที่ทำรัง ขยะและสารเคมีในแหล่งน้ำส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ไปจนถึงกิจกรรมท่องเที่ยวหรือการพัฒนาใกล้พื้นที่ทำรัง อาจทำให้เหยี่ยวแดงละทิ้งรังได้
ที่มา : PPTV36HD.com (https://shorturl.asia/GdhLP)