15 พฤษภาคม 2569 สิงคโปร์ตั้งเกณฑ์คาร์บอนคอนกรีต เปิดทางใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

               วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ภาคก่อสร้างมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนสูง โดยเฉพาะจากวัสดุอย่างคอนกรีตที่ยังถูกมองข้าม แนวทางของสิงคโปร์ชี้ว่าการสร้างมาตรฐานและความร่วมมือทั้งระบบสามารถเร่งการใช้วัสดุคาร์บอนต่ำได้ เเต่ความท้าทายอยู่ที่การผลักดันให้เกิดการใช้งานในระดับตลาดอย่างแพร่หลาย ที่ผ่านมาความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสภาพแวดล้อมที่ก่อสร้างขึ้น (built..environment)..มุ่งเน้นไปที่คาร์บอนจากการดำเนินงาน
(operational carbon) ซึ่งครอบคลุมการปล่อยที่เกิดจากการใช้พลังงาน การทำความเย็น และการใช้งานอาคาร

อย่างไรก็ตาม แนวหน้าถัดไปอยู่ที่วัสดุซึ่งเป็นองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมเมือง ภาคก่อสร้างมีสัดส่วนเกือบ 40% ของการปล่อยทั่วโลก โดยประมาณ 12% เชื่อมโยงกับวัสดุและการก่อสร้าง เพียงคอนกรีตก็มีส่วนทำให้เกิด
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ราว 8% ของโลก ซึ่งมากกว่าภาคที่ปล่อยสูงอื่น ๆ เช่น การบินและการขนส่งทางเรือ ต่างจากการปล่อยจากการดำเนินงานที่สามารถลดลงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการลดคาร์บอนของระบบพลังงาน คาร์บอนที่ฝังอยู่ในวัสดุก่อสร้างจะถูกกำหนดตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบุชนิดของวัสดุ

             แนวทางเชิงระบบต่อการลดคาร์บอนของวัสดุ ประสบการณ์ของสิงคโปร์ในการลดคาร์บอนในภาคก่อสร้าง
ให้คำตอบว่า ทางออกไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการจัดแนวของระบบนิเวศทั้งหมด ภายใต้แนวคิดนี้ ความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายได้พัฒนา มาตรฐานอ้างอิงตลาดระดับโลก (global market benchmark) สำหรับคาร์บอนฝังตัวของคอนกรีตเป็นหนึ่งในชุดแรก โดยมาตรฐานนี้สะท้อนความเข้มข้นของคาร์บอนในตลาดคอนกรีตระดับประเทศ ครอบคลุมอุปทาน 68% และเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ร่วมกับโครงการ First Movers Coalition ของ World Economic Forum

คอนกรีตคาร์บอนต่ำมีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์แล้ว และมีโอกาสในระยะสั้นที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่โซลูชันคาร์บอนต่ำ ในสิงคโปร์ การปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตคอนกรีตอยู่ที่ประมาณ 3.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นราว 6% ของการปล่อยทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม การปล่อยส่วนใหญ่เกิดขึ้นนอกประเทศ ผ่านวัสดุนำเข้าและห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค กล่าวคือ อุปสงค์เกิดในประเทศ แต่การปล่อยเกิดในระดับโลก

              การเปลี่ยนผ่านจากเป้าหมายสู่การปฏิบัติในการลดคาร์บอน มาตรฐานคาร์บอนฝังตัวของคอนกรีตสะท้อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินการจริงโดยแสดงผลการดำเนินงานปัจจุบันและช่วงค่าระหว่างค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย และค่าสูงสุด ความแตกต่างนี้ชี้ว่า โซลูชันคาร์บอนต่ำมีอยู่แล้ว แต่การนำไปใช้ยังไม่สม่ำเสมอในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 กลุ่ม และการดำเนินการต่อไปนี้มีความสำคัญ

              การรับรองและโครงสร้างตลาดแปลงข้อมูลเป็นการปฏิบัติ อุปสรรคสำคัญคือการขาดข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกันและนิยามร่วมของ “วัสดุคาร์บอนต่ำ” ซึ่งจำกัดการเปรียบเทียบและเพิ่มความเสี่ยงของการกล่าวอ้างที่ไม่ตรงกัน Singapore Green Building Council (SGBC) แก้ปัญหานี้ผ่านกรอบการรับรองผลิตภัณฑ์สีเขียว โดยแปลงข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิตเป็นระดับประสิทธิภาพที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถแยกแยะผลิตภัณฑ์และบูรณาการคาร์บอนฝังตัวเข้าสู่การตัดสินใจจัดซื้อมาตรฐานตลาดจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้ร่วมกับระบบรับรอง เช่น ระบบจัดอันดับคอนกรีตของ Global Cement & Concrete Association ซึ่งช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเปลี่ยนจากการใช้ฉลากแบบคงที่ไปสู่การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

               ต้นแบบนวัตกรรมวัสดุที่มากกว่าคอนกรีต นัยของมาตรฐานนี้ไม่ได้จำกัดเพียงคอนกรีต โดยในสิงคโปร์ SGBC และ Building and Construction Authority ได้สนับสนุนการจัดตั้ง Low-Carbon Construction Community of Practice และมีแนวทางคล้ายกันในเวียดนามผ่าน Urban Land Institute (ULI) ในระดับโครงการ The Canopy at Geneo ใน Singapore Science Park แสดงแนวคิดนี้อย่างชัดเจน โดยใช้ไม้ engineered timber เป็นโครงสร้างหลัก ช่วยลดคาร์บอนฝังตัวประมาณ 80% เมื่อเทียบกับเหล็ก และมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับคอนกรีตเสริมเหล็ก อีกทั้งการออกแบบที่ตอบสนองสภาพภูมิอากาศยังช่วยลดการใช้พลังงานมากกว่า 60%

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ (https://www.thansettakij.com/sustainable/net-zero/658921)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy