สู้ดัชนีความร้อนด้วยกลยุทธ์ปรับตัวให้รอด

ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาชี้ให้เห็นว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออเฉียงเหนือที่พุ่งสูงขึ้นจนแตะระดับอันตรายมาก โดยในช่วงฤดูร้อนปีล่าสุด เราได้เห็นตัวเลขดัชนีความร้อนพุ่งสูงอยู่ที่ 52.8-54.0 องศาเซลเซียส แม้อุณหภูมิอากาศจริงจะอยู่ที่ประมาณ 42 องศาเซลเซียสก็ตาม

ตัวเลขที่ห่างกันกว่า 10 องศานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของความชื้นสัมพัทธ์ที่สูงในเขตร้อนชื้นบวกกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง ส่งผลให้ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่ากลไกการเอาตัวรอดของมนุษย์กำลังถูกท้าทายด้วยขีดจำกัดของธรรมชาติ

ทำความเข้าใจ Heat Index

ดัชนีความร้อน (Heat Index) คือ ค่าอุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์รู้สึกจริง (Apparent Temperature) ขึ้นอยู่อุณหภูมิอากาศและความชื้นสัมพัทธ์ที่ตรวจวัดได้ ณ เวลานั้น ๆ

โดยปกติร่างกายจะระบายความร้อนผ่านการหลั่งเหงื่อ เมื่อเหงื่อระเหยจะพัดพาความร้อนออกไป แต่ประเทศไทยมีความชื้นสัมพัทธ์สูง อากาศที่อิ่มตัวด้วยไอน้ำจะทำให้เหงื่อไม่ระเหย ความร้อนจึงถูกกักเก็บไว้ในร่างกาย ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลาง (Core Temperature) สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ระดับความเสี่ยงและสัญญาณเตือนจากร่างกาย

เกณฑ์การเฝ้าระวังที่ใช้ในประเทศไทยแบ่งระดับความเสี่ยงตามค่าดัชนีความร้อน (องศาเซลเซียส) ดังนี้

ระดับ ค่าดัชนีความร้อน (°C) ผลกระทบต่อสุขภาพหากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
เฝ้าระวัง 27.0 – 32.9 ร่างกายอาจเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมีผดผื่นจากความร้อน ปวดเมื่อยตามร่างกาย นำไปสู่การเกิดตะคริวจากความร้อนได้
เตือนภัย 33.0 – 41.9 อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเพลียแดด (Heat exhaustion) และเป็นตะคริวจากความร้อน และอาจเกิดโรคฮีทสโตรก (Heat stroke)
อันตราย 42.0 – 51.9 อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเพลียแดด (Heat exhaustion) และเป็นตะคริวจากความร้อน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฮีทสโตรก (Heat stroke) ได้ หากสัมผัสความร้อนอย่างต่อเนื่อง
อันตรายมาก > 52 มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดโรคฮีทสโตรก (Heat stroke)

กลยุทธ์การรับมือกับความร้อน

การปรับพฤติกรรม

  1. ในวันที่ดัชนีความร้อนสูงเกิน 40°C ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 2-4 แก้วต่อชั่วโมง เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและรักษาอุณหภูมิร่างกาย
  2. เลือกใช้ผ้าใยธรรมชาติที่มีช่องว่างระหว่างเส้นใยสูง เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าสปัน เพื่อให้ลมผ่านผิวหนังได้ง่ายที่สุด
  3. ปรับเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยยึดหลัก หลบแดดช่วงพีค (00 – 16.00 น.) และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ เพื่อลดการอักเสบของผิวหนังซึ่งจะทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้แย่ลง

การจัดการพื้นที่และสิ่งแวดล้อม

  1. ต้นไม้ 1 ต้นสามารถช่วยลดความร้อนรอบตัวได้เทียบเท่าเครื่องปรับอากาศ 10 เครื่องที่ทำงานต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง ผ่านกระบวนการคายน้ำ ซึ่งช่วยลดความชื้นสะสมที่ร้อนระอุให้กลายเป็นความเย็นสบาย
  2. การใช้วัสดุปูพื้นที่ไม่สะสมความร้อน และการจัดวางทิศทางลมในที่พักอาศัย

ตัวเลขดัชนีความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศไทยไม่ใช่แค่ตัวเลขทางสถิติเพื่อ แต่มันคือเสียงสะท้อนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เรากำลังเผชิญ การรับมือที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่การพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน เพื่อให้ดัชนีความร้อนในอนาคตกลับมาอยู่ในระดับที่ร่างกายมนุษย์และธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

บทความโดย นางสาวอัฏฐารจ ชาวชน นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กองติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม

เอกสารอ้างอิง

National Oceanic and Atmospheric Administration (2024). What is the Heat Index? https://www.weather.gov/ama/heatindex

กรมอุตุนิยมวิทยา (2567). ความรู้เรื่อง “ดัชนีความร้อน (Heat Index)”, สืบค้นจาก http://www.rnd.tmd.go.th/doc/public/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89_%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99(24AUG).pdf

กรมอนามัย (2568). แนวทางเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยสุขภาพจากความร้อน ปี 2568, สืบค้นจาก

https://hia.anamai.moph.go.th/web-upload/12xb1c83353535e43f224a05e184d8fd75a/m_magazine/35644/5451/file_download/04cb3f6093f5faa10e1e9226c4781df4.pdf

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy