27 เมษายน 2569 ฟื้นทะเลทรายให้เป็นพื้นที่สีเขียว ทำได้หรือไม่ในทางวิทยาศาสตร์ มีผลดี-ผลเสียอย่างไร
เมื่อเรานึกถึงทะเลทราย ภาพที่ปรากฏขึ้นมาในความคิดนั้นอาจเป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของทะเลทรายโกบีหรือไม่ก็ทะเลทรายซาฮารา
ทว่าในความเป็นจริง ทะเลทรายมีความหลากหลายอย่างมากโดยมีพืชพรรณต่าง ๆ สัตว์ และสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันไป อย่างในกรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ ถือได้ว่าเป็นเมืองทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบ้านของผู้คนมากกว่า 23 ล้านคน แต่โดยทั่วไปแล้ว ทะเลทรายเป็นสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมแห้งแล้งอย่างมาก มีปริมาณน้ำจำกัดนั่นจึงส่งผลให้สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่เจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ตามรายงานของสหประชาชาติพบว่าพื้นที่ทะเลทรายกำลังขยายตัว ขณะเดียวกันผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ประมาณ 1 ล้านตารางกิโลเมตรก็เสื่อมโทรมลงทุกปี เมื่อพื้นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์บนโลกเริ่มหายากขึ้น เป็นไปได้หรือไม่ที่จะผลิตน้ำด้วยวิธีที่ไม่คาดคิดมาก่อน และทำให้ทะเลทรายกลายเป็นสถานที่ที่พืชสามารถเจริญเติบโตได้อีกครั้ง
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หยาน หลี่ ศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่ง (Beijing Normal University) ในประเทศจีน อธิบายว่า “กระบวนการกลายเป็นทะเลทรายหมายถึงพื้นที่ธรรมชาติ เช่น ทุ่งหญ้าหรือป่าละเมาะ ค่อย ๆ แห้งแล้งลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นทะเลทราย“ ในทศวรรษที่ 1970 จูล ชาร์นีย์ นักวิทยาศาสตร์ พบว่ากิจกรรมของมนุษย์มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้
ดักจับเมฆ ในทะเลทรายอาตากามาของประเทศชิลีซึ่งมักถูกยกให้เป็นสถานที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ได้มีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถดึงน้ำออกจากอากาศได้ เวอร์จิเนีย คาร์เตอร์ นักภูมิศาสตร์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยมายอร์ในประเทศชิลี เป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างระบบเก็บน้ำจากหมอกที่ลอยอยู่เหนือทะเลทราย เธออธิบายว่า “การดักจับไอน้ำจากหมอกได้รับการคิดค้นขึ้นในชิลีเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว” “แนวคิดนี้คือการดักเก็บน้ำจากเมฆหมอกในทะเลทราย“ การดักจับไอน้ำจากหมอกนั้นง่ายอย่างน่าทึ่ง วิธีการเริ่มด้วยการขึงตาข่ายไว้ระหว่างเสา และเมื่อเมฆที่มีความชื้นสูงเคลื่อนผ่านตาข่ายที่มีความละเอียดนั้น หยดน้ำก็จะก่อตัวขึ้น จากนั้นน้ำจะถูกส่งไปยังท่อและถังเก็บน้ำ
การกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด เมื่อระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น การนำน้ำจากทะเลโดยตรงจะสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้หรือไม่ แม้ว่าการกลั่นน้ำทะเลจะมีประสิทธิภาพสูง แต่กระบวนการที่ใช้ในปัจจุบันต้องใช้พลังงานสูงมาก โดยมักต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล คริสโตเฟอร์ แซนซอม ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเดอร์บี กำลังพัฒนาระบบกลั่นน้ำทะเลขนาดเล็กที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยใช้กระจกสะท้อนแสงเพื่อรวมแสงอาทิตย์ไปที่ท่อ ซึ่งจะทำให้น้ำทะเลเดือดและแยกเกลือออกมา แต่เพื่อให้ทันกับความต้องการของมนุษย์ หรือแม้แต่การเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว การกลั่นน้ำทะเลจะต้องทำในขนาดที่ใหญ่มาก นอกจากนี้ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใดก็จะมีเกลือเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงานเหล่านี้ได้
แล้วเราควรดำเนินการอย่างไร ในทางทฤษฎี เราสามารถทำให้ทะเลทรายกลายเป็นพื้นที่เขียวขจีได้ด้วยการเปลี่ยนน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด การดับจับไอน้ำในหมอก หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในทะเลทราย แต่ทะเลทรายไม่ได้เลวร้ายโดยพื้นฐาน ทะเลทรายเป็น “ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบนโลก” หลี่กล่าว “ถ้าทะเลทรายมีความเสถียร ก็ไม่เป็นไร เราสามารถปล่อยมันไว้ที่เดิมได้“ “แทนที่จะพยายามทำให้ทะเลทรายเป็นพื้นที่เขียวขจีหรือนำน้ำไปสู่ทะเลทราย ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องปกป้องสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้น” ซินเนีย กอนซาเลซ คาร์รันซา นักวิทยาศาสตร์ด้านพืชจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมกล่าว เธอกล่าวว่าการพยายามทำให้ทะเลทรายกลายเป็นพื้นที่เขียวขจีอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้นในระยะยาว “การนำพืชเข้ามาปลูก อาจทำให้เราได้ผลผลิตที่ดีในระยะเวลาหนึ่ง แต่ต้องแลกมาด้วยการใช้น้ำจำนวนมาก และสิ่งที่เราเห็นคือหากคุณใช้น้ำปริมาณมากในการปลูกพืชเหล่านั้น ชุมชนที่อาศัยอยู่รอบทะเลทรายจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ” เธออธิบาย ฉันคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือ การทำความเข้าใจทะเลทรายอย่างแท้จริง เคารพในสิ่งที่มันเป็น และพยายามทำงานร่วมกับมัน” เธอกล่าวทิ้งท้าย บทความนี้เรียบเรียงมาจากตอนหนึ่งของรายการคราวด์ไซเอนซ์ (CrowdScience) ที่เผยแพร่ทางบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ที่มา : www.bbc.com (https://www.bbc.com/thai/articles/c30r5pe616go)