1 เมษายน 2569 ส่อง 13 ประเทศสุดท้ายของโลกที่หายใจปลอดภัย ก่อนอากาศสะอาดจะกลายเป็นของ ‘อภิสิทธิ์ชน’
ในวันที่โลกกำลังพูดถึงความยั่งยืน การเติบโตสีเขียว และเป้าหมาย Net Zero บทสรุปตัวเลขจากรายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2025 ของ IQAir กลับสะท้อนความจริงอีกด้านอย่างชัดเจนว่า “อากาศสะอาด” ซึ่งควรเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์” กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่หาได้ยากขึ้นทุกปี
จากทั้งหมด 143 ประเทศทั่วโลก ณ เวลานี้ มีเพียง 13 ประเทศในโลกเท่านั้นที่ยังมีค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับปลอดภัยตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติสิ่งแวดล้อม แต่คือ “สัญญาณเตือนระดับโลก” ที่ไม่อาจมองข้าม
รายชื่อพื้นที่ที่ยังสามารถ “หายใจได้อย่างปลอดภัย” ในวันนี้ ได้แก่
ฟินแลนด์ (Finland)
ไอซ์แลนด์ (Iceland)
เอสโตเนีย (Estonia)
นิวซีแลนด์ (New Zealand)
ออสเตรเลีย (Australia)
เกรเนดา (Grenada)
มอริเชียส (Mauritius)
เฟรนช์โปลินีเซีย (French Polynesia)
เบอร์มิวดา (Bermuda)
ปวยร์โตรีโก (Puerto Rico)
บาฮามาส (Bahamas)
บาร์เบโดส (Barbados)
หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (British Virgin Islands)
เรียกว่าหลายที่ยังเป็นดินแดนที่ชื่อไม่คุ้นหู อาจเป็นเพราะมนุษย์เรายังเข้าไม่ถึง การท่องเที่ยวยังไม่บูม และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ทรัพยาการในพื้นที่เหล่านี้ “ยังอยู่ดี”
ในทางกลับกัน อีก 130 ประเทศ หรือคิดเป็น 91% ของโลก กำลังเผชิญกับคุณภาพอากาศที่เกินค่ามาตรฐาน PM2.5 ของ WHO ประเทศที่มีมลพิษสูงที่สุด เช่น ปากีสถาน บังกลาเทศ และ ทาจิกิสถาน ล้วนสะท้อนภาพของประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องเผชิญทั้งแรงกดดันทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม
ที่มา : SPACEBAR (https://spacebar.th/social/green-space-13-safe-air-countries-clean-air-becoming-luxury-global-pm25-crisis)