“ผืนป่าสุดท้าย” ธรรมชาติที่ควรอนุรักษ์
ทุกท่านเคยทราบหรือไม่ว่า ยังมีผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เพียงแห่งเดียวและเป็นแห่งสุดท้ายของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผืนป่าที่มีธรรมชาติของป่ากลมกลืนกับชุมชนอย่างลงตัว
จุดประกายความสนใจ
จุดเริ่มต้นของความสนใจเรื่องนี้เกิดจากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับป่าไม้ และมีหลาย ๆ เว็บไซต์ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับป่าผืนสุดท้ายแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้รู้สึกมหัศจรรย์ สนใจ และเกิดความสงสัย จึงอยากรู้และต้องการคำตอบ…..
จากคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบ จึงสืบค้นหาข้อมูลความจริงเกี่ยวกับผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ จนทราบว่า ผืนป่าแห่งนี้เป็นผืนป่าแห่งสุดท้ายริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความอุดมสมบูรณ์ น่าจะมีอายุนับร้อยปี มีเนื้อที่ 18 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบางชะนี อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยบริเวณพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ความสำคัญของ “ผืนป่าสุดท้าย”
ผืนป่าแห่งนี้แบ่งเป็นสองฝั่ง โดยมีสะพานจุฬามณีกั้นกลางแบ่งเขตผืนป่า เป็นผืนป่าที่มีสภาพระบบนิเวศของป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น มีพันธุ์ไม้หายาก และมีสัตว์หลากหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญ จึงควรได้รับการอนุรักษ์ไว้ เพราะ
1. พบพรรณไม้นานาชนิด เช่น สะแก ยางนา ชำมะเรียง หว้า หวาย ไผ่หลายพันธุ์ ข่อย เต่ารั้ง และมันนก โดยเฉพาะพบต้นยางนาจำนวนมาก ที่มีอายุกว่า 100 ปี และมีความสูงกว่า 20 เมตร
2. นกนานาชนิด อาทิ นกเหยี่ยวดำ และเหยี่ยวรุ้งหัวขาว ซึ่งเป็นสัตว์ที่หายากและอยู่มานานแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นกเหยี่ยวจะบินมาบริเวณวัดท่าเหยี่ยวเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนธันวาคมเท่านั้น
3. พบซากของโบราณสถานอยู่กลางป่า ซึ่งเป็นวัดร้างที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่และหญ้า ได้แก่ (1) วัดใหม่ เนื้อที่ 5 ไร่ (2) วัดท่า เนื้อที่ 5 ไร่ และ (3) วัดท่าเหยี่ยว เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ สภาพที่หลงเหลือเป็นลักษณะคล้ายวิหารขนาดเล็กหรือกุฎิที่สร้างด้วยอิฐ โดยใช้เปลือกหอยในการประสานมวลอิฐ ซึ่งเป็นการก่อสร้างแบบสมัยกรุงศรีอยุธยา และยังพบพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่จำนวนมากจมดินอยู่

กระแสอนุรักษ์ “ผืนป่าสุดท้าย”
เมื่อหลายปีก่อนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานท้องถิ่น ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ พบว่า ป่าแห่งนี้มีความสมบูรณ์และมีพันธุ์ไม้หายากมากหลายชนิด หากได้รับการพัฒนาโดยรักษาสภาพเดิมไว้ และปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้ประโชน์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ก็จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อเศรษฐกิจชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เสนอโครงการเพื่อผลักดันให้ป่าผืนสุดท้ายแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) รวบรวมพรรณไม้นานาชนิด ที่อยู่ในท้องถิ่น โดยเฉพาะต้นไม้ที่หายาก เช่น สะแก ยางนา ชำมะเรียง หว้า หวาย ไผ่หลายพันธุ์ ข่อย เต่ารั้ง มันนก รวมถึงการขยายพันธุ์ให้มีจำนวนมากขึ้น (2) การศึกษาและพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ (3) สถานที่ออกกำลังกายของประชาชนและเยาวชนที่เข้ามาเดินชมธรรมชาติ

ความประทับใจกับสัมผัสธรรมชาติของ “ผืนป่าสุดท้าย”
“ดังนั้น เมื่อเวลาที่เราทราบหรือมองเห็นอะไรแล้วเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์ หรือเกิดความสงสัย จะทำให้เราอยากรู้ อยากเห็น และอยากสัมผัสกับความจริงเหล่านั้น” เมื่อได้รับทราบข้อมูลเรื่องราวของผืนป่าแห่งนี้แล้ว ทำให้เกิดแรงบันดาลใจและแรงผลักดันที่จะต้องเดินทางไปสำรวจพื้นที่จริงและสัมผัสกับธรรมชาติของผืนป่าแห่งนี้ด้วยตนเอง เมื่อถึงจุดหมายไม่รอช้าที่จะสำรวจพื้นที่ พบว่า ผืนป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีต้นไม้ใหญ่หลากหลายพันธุ์ เป็นผืนป่าที่มีชาวบ้านสร้างบ้านเรือนอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถเดินเข้าไปสำรวจพื้นที่ของป่าด้านในได้ เนื่องจากสภาพพื้นที่มีต้นไม้และหญ้าปกคลุมหนาแน่นมาก จึงไม่ได้เห็นและไม่ได้สัมผัสกับซากโบราณสถานที่เป็นวัดร้างและโบราณวัตถุตามข้อมูลที่กล่าวไว้ แต่ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่สัมผัสได้ คือ ผืนป่าที่คงความอุดมสมบูรณ์และความเป็นธรรมชาติที่สวยงามที่ได้ยึดครองความเจริญรุ่งเรืองสมัยอดีตที่หมดสิ้นไปแล้ว เมื่อกาลเวลาผ่านไปชาวบ้านเข้ามาสร้างที่อยู่อาศัย จนกลายเป็นชุมชนในบริเวณนี้ จึงกลายเป็นการพึ่งพาอาศัยกันระหว่าง “ผืนป่า” และ “ชุมชน” ที่มีความกลมกลืนอย่างลงตัว เพราะชาวบ้านสามารถสร้างได้จากผลผลิตจากป่า เช่น ใบไม้จากต้นก้ามปู ของป่า และสมุนไพร จึงมีความผูกพันธ์ใกล้ชิดกับธรรมชาติของป่าอย่างแท้จริง ทำให้รัก หวงแหน และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ต่อไป

สุดท้าย คงเป็นเรื่องที่ดี หากผืนป่าแห่งนี้ได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน ทำให้เกิดการเรียนรู้และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นหลังตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต่อไป
บทความโดย นางสาวศิริวรรณ ลาภทับทิมทอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กองติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม
เอกสารอ้างอิง:
ข่าวสด (มมป.) สุดทึ่งป่าสมบูรณ์ผืนสุดท้ายลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่กรุงเก่า. สืบค้น 21 พฤศจิกายน 2568. จากเว็บไซต์ https://www.77kaoded.com/news/samrit/1021024
MGR Online (2559). พบวัดร้างกลางป่ารกและโบราณสถานเก่าแก่อายุหลายร้อยปีบริเวณรอยต่ออ่างทอง-อยุธยา. สืบค้น 30 ตุลาคม 2568. จากเว็บไซต์ https://mgronline.com/local/detail/95900000694534
Workpoint News (2562). ให้เที่ยวเชิงนิเวศ ป่าผืนสุดท้ายลุ่มเจ้าพระยา กินพื้นที่ 3 วัดร้าง สมัยอยุธยา. สืบค้น 21 พฤศจิกายน 2568. จากเว็บไซต์ https://workpointtoday.com/forest/