15 กุมภาพันธ์ 2569 “นากทะเล” ฟื้นจากการสูญพันธุ์ แต่ยังเผชิญภัยคุกคามรอบด้าน!

“นากทะเล” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่อาศัยตามชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งฝั่งอเมริกาเหนือและเอเชีย ยังคงมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ แม้จำนวนประชากรจะฟื้นตัวจากการล่าอย่างหนักในอดีต แต่ยังต้องเผชิญภัยคุกคามจากมลพิษ น้ำมันรั่วไหล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผู้ล่าในธรรมชาติ

นากทะเลมีขนหนาแน่นที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยมีเส้นขนราว 850,000–1 ล้านเส้นต่อหนึ่งตารางนิ้ว ช่วยกักเก็บอากาศเพื่อรักษาความอบอุ่นแทนชั้นไขมัน แต่ขนที่มีค่ามหาศาลนี้เองทำให้พวกมันถูกล่าอย่างหนักในศตวรรษที่ 18 จนเกือบสูญพันธุ์ กระทั่งมีการออกกฎหมายคุ้มครองระหว่างประเทศในปี 1911 ทำให้ประชากรเริ่มฟื้นตัว

ปัจจุบันคาดว่ามีนากทะเลทั่วโลกราว 125,000 ตัว กระจายตั้งแต่ญี่ปุ่น รัสเซีย อลาสกา ไปจนถึงแคลิฟอร์เนีย โดยพวกมันกินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล เช่น หอย เม่นทะเล ปู หมึก และปลาบางชนิด และต้องกินอาหารวันละ 25–40% ของน้ำหนักตัวเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย

นักวิทยาศาสตร์ยกให้นากทะเลเป็น “สายพันธุ์หลักของระบบนิเวศ” เนื่องจากช่วยควบคุมจำนวนเม่นทะเลไม่ให้กัดกินป่าเคลป์มากเกินไป ป่าเคลป์และหญ้าทะเลเหล่านี้สามารถกักเก็บคาร์บอนได้จำนวนมาก จึงมีบทบาทสำคัญต่อการลดโลกร้อนและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล

อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามจากมนุษย์ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะคราบน้ำมันที่ทำให้ขนสูญเสียคุณสมบัติในการรักษาความอบอุ่น ส่งผลให้นากทะเลเสี่ยงต่อภาวะตัวเย็นเกินและเสียชีวิต ตัวอย่างสำคัญคือเหตุเรือบรรทุกน้ำมัน Exxon Valdez รั่วไหลในปี 1989 ที่คร่าชีวิตนากทะเลหลายพันตัว นอกจากนี้ มลพิษจากน้ำไหลที่บ่าบนบก โรคติดเชื้อ การติดเครื่องมือประมง และสารพิษจากสาหร่ายที่เพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อน ล้วนเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของสายพันธุ์นี้

แม้ความพยายามอนุรักษ์และโครงการย้ายถิ่นช่วยให้ประชากรฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเพียงราว 2,000 ตัว
เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 แต่ปัจจุบันนากทะเลยังกลับคืนสู่พื้นที่อาศัยเดิมได้เพียงบางส่วน นักอนุรักษ์มองว่าการฟื้นฟูถิ่นอาศัยเพิ่มเติมและความร่วมมือระหว่างชุมชน ประมง และหน่วยงานรัฐ จะเป็นกุญแจสำคัญต่อการอยู่รอดของนากทะเลในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การลดการใช้สารเคมี เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสียอย่างถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ประชาชนสามารถมีส่วนช่วยปกป้องสัตว์ทะเลชนิดสำคัญนี้ได้
ในระยะยาว

ที่มา : www.tnnthailand.com (https://www.tnnthailand.com/earth/225357/)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy
แบบสำรวจความพึงพอใจต่อเว็บไซต์ สผ.