23 มกราคม 2569 เมืองออกแบบดี คนขยับเพิ่ม! กรมอนามัยเผยงานวิจัยเอเชีย ชี้ออกแบบเมืองเอื้อลด NCDs

           สธ. เปิดเผยผลการทบทวนงานวิจัยในประเทศเอเชีย พบว่า “การออกแบบเมือง” มีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการขยับร่างกายของประชาชน หากเมืองเดินง่าย เชื่อมต่อดี และเข้าถึงบริการสะดวก จะช่วยให้คนเดิน ขยับ และ
มีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การศึกษาดังกล่าวเป็นการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (systematic review) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายระหว่างประเทศ (IHPF) จากงานวิจัยจำนวน 98 เรื่อง ใน 13 ประเทศเอเชีย และเผยแพร่ในวารสาร Journal of Physical Activity and Health โดยผลการศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมเมืองกับระดับกิจกรรมทางกายรวม 261 ความสัมพันธ์

โดยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันตรงกันว่า เมืองที่เดินถึงง่าย มีทางเดินเชื่อมต่อดี มีระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงสะดวก รวมถึงมีสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน ช่วยให้ประชาชนขยับร่างกายมากขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปทำงาน เดินไปซื้อของ หรือทำกิจกรรมในชุมชน ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนว่า การออกแบบเมืองไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องสุขภาพ เพราะเมืองเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในทุกวัน

ด้าน นพ.ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า การออกแบบเมืองที่ดีสามารถเป็นเครื่องมือส่งเสริมสุขภาพที่ได้ผล คุ้มค่า และยั่งยืน โดยควรเพิ่มพื้นที่สาธารณะสำหรับการเดินและออกกำลังกาย พัฒนาย่านที่ประชาชนสามารถเดินถึงร้านค้า โรงเรียน หรือบริการจำเป็นได้ รวมถึงเชื่อมทางเดินกับระบบขนส่งสาธารณะ
ที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย เมื่อเมืองเดินสะดวก ใช้งานง่าย และปลอดภัย ประชาชนจะขยับร่างกาย มากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการรณรงค์มาก เมืองจึงเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และช่วยให้คนมีสุขภาพดีและ
อายุยืนขึ้น”

ด้าน นพ.วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561–2573 ของประเทศไทย ที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาผังเมือง ทางเท้า สวนสาธารณะ และพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้งานได้จริง ทั้งนี้ การทบทวนยังพบว่า งานวิจัยด้านพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น การนั่งหรืออยู่นิ่งเป็นเวลานานในประเทศเอเชียยังมีจำนวนน้อย ทั้งที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
จึงควรมีการสนับสนุนการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลไปใช้พัฒนา “เมืองเพื่อสุขภาพ” อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดขององค์การอนามัยโลกที่ว่า “ทุกการขยับมีค่า (Every Move Counts)”

ที่มา : https://www.hfocus.org (https://www.hfocus.org/content/2026/01/36751)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy
แบบสำรวจความพึงพอใจต่อเว็บไซต์ สผ.