9 กุมภาพันธ์ 2569 นักสำรวจทะเลลึกพบ แมงกะพรุนผียักษ์ ใต้ทะเลลึกอาร์เจนตินา

นักสำรวจทะเลลึกพบ แมงกะพรุนผียักษ์ ใต้ทะเลลึกอาร์เจนตินา แถมพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ถึง
28 ชนิดแถลงการณ์จากสถาบัน Schmidt Ocean Institute ระบุว่า นักสำรวจทะเลลึกได้บันทึกภาพของแมงกะพรุนผีขนาดยักษ์ (Stygiomedusa gigantea) ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากขณะล่องลอยอย่างเงียบงันอยู่ท่ามกลางความมืดของห้วงน้ำลึก ราว 830 ฟุต นอกชายฝั่งอาร์เจนตินานักวิทยาศาสตร์จาก Schmidt Ocean Institute สามารถบันทึกภาพแมงกะพรุนผีชนิดนี้ได้ ระหว่างที่ยานสำรวจใต้น้ำควบคุมระยะไกล (ROV) กำลังลดระดับลงเพื่อสำรวจผนังหุบเขาใต้น้ำ Colorado–Rawson submarine canyon

ทีมวิทยาศาสตร์ได้สังเกตเห็นความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่งตามแนวไหล่ทวีปของประเทศ
การเดินทางตลอดแนวชายฝั่ง ตั้งแต่บัวโนสไอเรสทางเหนือไปจนถึงบริเวณนอกชายฝั่งของติเอร์ราเดลฟูเอโก พร้อมทั้งพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่คาดว่าจะเป็นชนิดใหม่ถึง 28 ชนิด รวมถึงหนอนทะเล ปะการัง เม่นทะเล หอยทะเล และดอกไม้ทะเลในคลิปวิดีโอ ร่างกายโปร่งแสงรูปทรงกระดิ่งของแมงกะพรุนถูกส่องสว่างด้วยไฟจาก ROV ขณะดูเหมือนกำลังเคลื่อนตัวลงสู่เบื้องล่าง โดยมีปลาขนาดเล็กว่ายล้อมอยู่รอบ ๆลักษณะเด่นที่สุดของแมงกะพรุนชนิดนี้ คือ ส่วนรยางค์หรือที่เรียกว่า แขนปาก (mouth arms) จำนวน 4 เส้นที่ยืดได้ยาวถึง 10 เมตร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าใช้สำหรับคว้าและดักจับเหยื่อ โดยแขนเหล่านี้ทอดยาวอยู่เหนือร่างกาย

แมงกะพรุนผียักษ์สามารถอาศัยอยู่ได้ตั้งแต่ใกล้ผิวน้ำไปจนถึงความลึกประมาณ 21,900 ฟุต แต่ส่วนใหญ่มักพบในบริเวณที่เรียกว่า เขตสนธยา (twilight zone) ซึ่งเป็นระดับความลึกที่แสงส่องลงไปไม่ถึงนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า แมงกะพรุนผียักษ์พบได้ในมหาสมุทรทุกแห่ง ยกเว้นเขตอาร์กติก แมงกะพรุนชนิดนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1899 และมีการบันทึกการพบเห็นเพียงประมาณ 100 ครั้ง เท่านั้น โดยเชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักล่าไม่มีกระดูกสันหลังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบนิเวศทะเลลึกการพบเห็นก่อนหน้านี้ 2 ครั้งในอ่าวเม็กซิโก ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐานว่า แมงกะพรุนชนิดนี้อาจล่าเหยื่อโดยการเกาะยึดกับโครงสร้างใต้น้ำ อย่างไร
ก็ตาม พฤติกรรมการใช้แขนปากเพื่อดักจับอาหารยังไม่เคยถูกบันทึกโดยตรงมาก่อน

ก่อนการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ใต้น้ำ นักวิจัยจำเป็นต้องใช้แหอวนลากเพื่อศึกษาสัตว์ทะเลลึกอย่างแมงกะพรุนผียักษ์ แต่เมื่อถูกนำขึ้นสู่ผิวน้ำ โครงสร้างที่ดูคล้ายผ้าไหมของมันจะสลายกลายเป็น วุ้นเจล ทำให้ยากต่อการศึกษาด้าน Monterey Bay Aquarium Research Institute (MBARI) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยอีกแห่งหนึ่ง ระบุว่า แม้ยาน ROV ของตนจะลงสำรวจใต้ทะเลมาแล้วนับพันครั้ง แต่สามารถพบแมงกะพรุนผียักษ์ได้เพียง 9 ครั้ง เท่านั้นแมงกะพรุนผียักษ์คืออะไร?Stygiomedusa gigantea เป็นแมงกะพรุนทะเลลึกชนิดหนึ่ง
ที่ถูกพบเพียงราว 100 ครั้งนับตั้งแต่การค้นพบในปี 1899 นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันสถานะของมันในฐานะสายพันธุ์อย่างเป็นทางการได้จนกระทั่งผ่านไปกว่า 60 ปี เนื่องจากพบเห็นได้น้อยมากมีการบันทึกภาพและพบแมงกะพรุนชนิดนี้บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา ชายฝั่งญี่ปุ่น และอ่าวเม็กซิโก แม้จะยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของมัน แต่เชื่อว่าแมงกะพรุนผียักษ์กินแพลงก์ตอนและปลาขนาดเล็กเป็นอาหารแมงกะพรุนชนิดนี้ไม่ใช่แมงกะพรุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ส่วนลำตัวหลักมีส่วนเนื้อเยื่อทรงกระดิ่ง (bell) ที่มีรูปร่างคล้ายกับหมวก ซึ่งสามารถกว้างได้มากกว่า 1 เมตรและมีส่วนรยางค์คล้ายริบบิ้น 4 เส้นที่ยาวได้ถึง 10 เมตรแมงกะพรุนผียักษ์แตกต่างจากแมงกะพรุนทั่วไป เพราะไม่มีหนวดยาวที่มีเข็มพิษ แต่มีแขนปากที่ใช้คว้าเหยื่อและนำเข้าสู่ปากแทน

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์ (https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_10130119)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy
แบบสำรวจความพึงพอใจต่อเว็บไซต์ สผ.