4 สิงหาคม 2569 เส้นทางเมืองน่าอยู่ ม.พะเยา ‘Learning City’ พัฒนาคน-สิ่งแวดล้อม-เทคโนโลยี

โจทย์การพัฒนาเมืองได้ก้าวข้ามขอบเขตของการสร้างเพียงทางกายภาพหรือระบบขนส่งสาธารณะ แต่ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning) กำลังถูกยกระดับให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” (New Infrastructure) ที่ส่งผลโดยตรงต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม

บทเรียนจากวิกฤตที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของโมเดลการพัฒนาเมืองแบบเดิมที่รวมศูนย์ความเจริญไว้ในส่วนกลาง เมื่อแรงงานจำนวนมหาศาลต้องอพยพกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างฉับพลัน เมืองที่ไม่มียุทธศาสตร์การจัดการความรู้จึงขาด “เบาะรองรับ” ทางเศรษฐกิจ “เมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning City) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของห้องสมุดหรือโรงเรียน แต่เป็นความสามารถของเมืองในการเปลี่ยนทักษะพลเมืองให้เป็นทุนทางสังคมเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและการย้ายถิ่นฐานอย่างยั่งยืน โดยมี “พะเยาโมเดล” เป็นกรณีศึกษาที่พิสูจน์แล้วว่า ท้องถิ่นสามารถสร้างโมเดลการพึ่งพาตนเองที่ทรงพลังได้แม้ในยามวิกฤต พัฒนาเมือง Learning City ที่กินได้

รศ.ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา และคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบัน ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าม.พะเยาเชื่อว่าการพัฒนาเมืองต้องไม่หยุดอยู่แค่ระดับนโยบายบนกระดาษ แต่ต้องเป็น “Learning City ที่กินได้” เราจึงนำเกณฑ์สากลของ UNESCO Global Network of Learning Cities (GNLC) มาเป็นมาตรวัด โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือการแก้ปัญหา “กระเป๋าแห้ง” เป็นลำดับแรก เพื่อซื้อใจและสร้างการมีส่วนร่วม “โดยหัวใจหลัก คือ การผสานทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ผ่านความร่วมมือกับภาคีทางยุทธศาสตร์ เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park/Clinic Tech) เพื่อยกระดับหลักสูตรท้องถิ่นให้มีมาตรฐานสูงขึ้น การทำงานร่วมกับ ครู สกร. (ส่งเสริมการเรียนรู้) ซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดชุมชนที่สุด ทำให้เราสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ลงไปถึงระดับครัวเรือน เปลี่ยนแรงงานที่เคยเคว้งคว้างให้กลายเป็นนักนวัตกรท้องถิ่นที่มีทักษะพร้อมรับมือกับโลกอนาคต”

นิยามของเมืองน่าอยู่ตาม “พะเยาโมเดล” คือการที่คนในชุมชนสามารถพึ่งพากันเองได้ผ่านระบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” และการจ้างงานในท้องถิ่นที่มั่นคง โดยอำนาจการจ้างงาน อบจ.พะเยา พิสูจน์ ให้เห็นว่าท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณตัวเองจ้างงานคนในพื้นที่เพื่อดูแลคนในพื้นที่ได้จริง เช่น การจ้างหมอชาวบ้านดูแลคนบนดอยที่ห่างไกลโรงพยาบาลถึง 3 ชั่วโมง ภาพสะท้อนของความมั่นคงที่แท้จริง ซึ่งไม่ต้องรอจากส่วนกลาง

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1245354)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy