31 มีนาคม 2569 ก.ทรัพย์ฯ ร่วมกับ ภาคเอกชน ทำโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง” มุ่งเน้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ช่วยกันลดขยะอาหารและสร้างวัฒนธรรมใหม่ของสังคมไทย
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ ภาคเอกชน ทำโครงการ “ลดเหลือลดทิ้ง” มุ่งเน้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ช่วยกันลดขยะอาหารและสร้างวัฒนธรรมใหม่ของสังคมไทย
นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3” นำร้านอาหารภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์กว่า 300 ร้านเข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ โดยร้านค้าที่เข้าร่วมจะได้รับสติกเกอร์สัญลักษณ์ “ลดเหลือ ลดทิ้ง” เพื่อแสดงเจตนารมณ์การบริหารจัดการขยะอาหารอย่างรับผิดชอบและร่วมสื่อสารแนวคิด “บริโภคอย่างพอดี” สู่ผู้บริโภคในวงกว้าง จัดโดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะแอพลิเคชัน LookieWaste ที่เชื่อมโยงการดำเนินงานเชิงนโยบายเข้ากับการปฏิบัติจริงเพื่อผลักดันการลดขยะอาหารอย่างเป็นระบบ พร้อมกล่าวว่า การลดขยะอาหารไม่ใช่เพียงมาตรการปลายทาง แต่คือการปรับระบบการผลิตและการบริโภคตั้งแต่ต้นทาง หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ประเทศไทยสามารถเร่งลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญและเปลี่ยนความท้าทายนี้ให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล
สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง” ในภาคศูนย์การค้าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและมีการบริโภคในปริมาณสูง นับเป็นต้นแบบสำคัญของการลดขยะอาหารในภาคธุรกิจบริการ และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างต้นแบบการจัดการขยะอาหาร สิ่งสำคัญกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนำไปสู่การลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลสู่ภาคส่วนอื่นร่วมกันขับเคลื่อนการลดขยะอาหารในวงกว้างต่อเนื่อง ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะอาหาร เริ่มต้นจากการบริโภคอย่างพอดี ลดเหลือ ลดทิ้ง เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ลดขยะอาหาร และขับเคลื่อนสังคมไทยมุ่งสู่เป้าหมายการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน
ที่มา : NBT connext (https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1905600/?bid=2)