31 มกราคม 2564 ล่านักซิ่งชน “เลียงผา” แล้วหนี คุก 15 ปี – ปรับ 1.5 ล้าน

ที่มา : https://siamrath.co.th/n/216132

นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า​ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมาได้รับรายงานจาก นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง) นายอนันท์ ศรีผุดพ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี พบเลียงผา สัตว์ป่าสงวน ถูกรถยนต์ชน แล้วหนีในบริเวณเส้นทางสายไทรโยค-บ้านเก่า ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บริเวณเขาเรด้าร์

เจ้าหน้าที่จึงได้ไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบเลียงผาเพศผู้ มีสภาพขาหลังหัก ซี่โครงหัก สะโพกมีบาดแผล คางมีบาดแผลแต่ยังมีชีวิตจึงนำมาที่หน่วยพิทักษ์ป่าพุเลียบ เพื่อเตรียมจะส่งมารักษาที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าประทับช้าง มาถึงหน่วยเวลาประมาณ 23.30 น. ต่อมาเลียงผาตัวดังกล่าวได้เสียชีวิตลง

นายนิพนธ์ จึงได้ให้นายอนันท์​ หัวหน้าเขตห้ามล่าสมเด็จพระศรีนครินทร์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขับรถยนต์ชนเลียงผา แล้วหนีไป โดยขอให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี สืบสวน สอบสวนจากกล้องวงจรปิด​ (CCTV) ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว หรือใกล้เคียง หรือตามรายทาง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวดำเนินคดี ตามพรบ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 มาตรา 12 ในข้อหาล่าหรือทำอันตรายแก่เลียงผาสัตว์ป่าสงวนถึงแก่ความตาย โดยการขับรถยนต์ชนแล้วหนี ระวางโทษจำคุก​ 3​ -15 ปี ปรับตั้งแต่ 3 แสน-1.5 ล้าน หรือทั้งจำและปรับและความผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 ผู้ใดขับรถ ในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น(เลียงผาถือว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐ) ไม่ว่าจะเป็นความผิด ของผู้ขับขี่หรือไม่ก็ตามต้องหยุดรถ และให้ความช่วยเหลือ ตามสมควรและพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ใกล้เคียงทันที ในกรณีไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นไปตามข้อสั่งการของนายวราวุธฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จึงขอให้ผู้ขับรถยนต์ทุกคัน โปรดใช้ความระมัดระวัง ในการขับรถยนต์ เมื่อผ่านในเขตป่า หรือเขตอุทยานฯ​ หากใช้ ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ และขับรถโดยความเร็วไม่เกินตามอัตราที่กำหนดกฎหมายแล้ว หากมีสัตว์ป่าวิ่งตัดหน้าในระยะกระชั้นกระชิดทำให้ถูกรถยนต์ชนทำให้บาดเจ็บ หรือตาย ก็เป็นเหตุสุดวิสัยผู้ขับรถยนต์ ก็ไม่มีความผิด​ เพราะฉะนั้นผู้ขับรถยนต์ที่ชนสัตว์ป่านั้นไม่ต้องหนีแต่ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่อยู่ใกล้เคียง หรือเบอร์โทรกรมอุทยานฯ 1362 เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ถูกรถยนต์ชนโดยทันที ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวก็จะไม่มีความผิด นอกจากจะเป็นการช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้ทันท่วงที จะเป็นบุญกุศลในการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่า และต่อความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าของประเทศไทยด้วย