30 กรกฎาคม 2563 กาเหว่า..นกปรสิต

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/news/local/1899473

นกกาเหว่า หรือนกดุเหว่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Eudynamys scolopaceus เป็นนกชนิดหนึ่งในวงศ์นกคัคคู (Cuculidae) พบในเอเชียใต้ เอเชียอาคเนย์ อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา รวมทั้งประเทศไทย มีขนาดใหญ่กว่านกกา ยาวตั้งแต่หัวจดหาง ๓๙ – ๔๖ ซม. น้ำหนัก ๑๙๐ – ๓๒๗ กรัม ตัวผู้มีสีดำแกมน้ำเงินเป็นเงาตลอดทั้งตัว มีปากเทาเขียวๆ สีจาง มีขาและเท้าสีเทามองไกลๆ คล้ายๆ นกกา แต่ต่างตรงที่ม่านตาเป็นสีแดงเข้ม ส่วนตัวเมียมีสีออกน้ำตาลที่ยอดหัวมีลายออกแดงๆ ที่หัว ส่วนหลัง ตะโพก และปีก เป็นสีน้ำตาลมีจุดขาวๆหรือเหลืองๆ ที่ท้องมีสีขาว มีลวดลายมาก ตัวผู้มีเสียงร้องหลายรูปแบบ แต่เสียงที่คุ้นเคย คือ “กาเหว่า” ส่วนตัวเมียร้องเสียงสูงออกเป็น “คิก-คิก-คิก” แต่ว่าเสียงร้องต่างกัน ในที่ต่างๆ บางครั้งทำให้จะเข้าใจผิดกันว่า นกกาเหว่ามีอยู่ ๒ ชนิด คือ นกกาเหว่าดำ และนกกาเหว่าลาย แต่ความจริงเป็นตัวผู้กับตัวเมียมีสีที่ต่างกันเท่านั้นเองชอบอาศัยอยู่ในป่าโปร่ง และในเขตเกษตรกรรม ถือเป็นนกปรสิต เพราะมีนิสัยชอบวางไข่ให้กาและนกอื่นๆ เลี้ยงลูกแทน แม่นกกาเหว่า ปกติวางไข่ ๗ – ๑๑ ฟอง แต่จะวางไข่เพียงแค่ใบเดียว หรือสองใบในรังของนกอื่นๆ แถมบางครั้งยังจะเขี่ยไข่ของนกเจ้าของรังทิ้งออกไป ๑ ใบก่อนจะวางไข่ เพื่อหลอกแม่นกเจ้าของรังลูกนกกาเหว่าจะออกจากไข่ภายใน ๑๒ – ๑๔ วัน เมื่อเกิดใหม่ๆ จะร้องคล้ายๆ ลูกกา เริ่มหัดบินภายใน ๒๐ – ๒๘ วัน กินทั้งพืชและสัตว์ รวมทั้งแมลงต่างๆ ดักแด้ผีเสื้อ ไข่ และสัตว์มีกระดูกสันหลังเล็กๆ เมื่อนกที่โตแล้ว มักจะกินแต่ผลไม้ และมีนิสัยก้าวร้าว ชอบไล่จิกนกตัวอื่นเพื่อแย่งกินผลไม้ นกกาเหว่า เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ ห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามนำเข้า หรือส่งออก ห้ามครอบครอง ห้ามเพาะพันธุ์ รวมทั้งห้ามเก็บไข่และซาก