3 เมษายน 2569 พบสัตว์ใหม่ 24 ชนิด กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ความหลากหลายทางชีวภาพในเขตทำเหมืองทะเลลึก

ทีมนักวิจัยนานาชาติประกาศการค้นพบสัตว์ทะเลน้ำลึกสายพันธุ์ใหม่ถึง 24 ชนิด ในเขตแคลริออน-คลิปเปอร์ตัน (Clarion-Clipperton Zone หรือ CCZ) ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจะเป็นพื้นที่ทำเหมืองแร่ทะเลลึก การค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่ซ่อนอยู่ใต้ระดับความลึกหลายพันเมตร

สัตว์ที่ถูกค้นพบในครั้งนี้คือ “แอมฟิพอด” (Amphipods) สัตว์กลุ่มครัสเตเชียนขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกุ้งแต่ไม่มีกระดอง อาศัยอยู่ในความมืดมิดสนิทภายใต้แรงกดดันมหาศาลที่ระดับความลึกประมาณ 4,000-5,500 เมตร การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่ CCZ กำลังเป็นเป้าหมายหลักของการทำเหมืองแร่ในทะเลลึกในอนาคตอันใกล้

แอมฟิพอดมีบทบาทสำคัญอย่างมากในระบบนิเวศน้ำลึก โดยพวกมันทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ล่าและสัตว์กินซาก แอมฟิพอดจะช่วยรีไซเคิลสารอาหารจากซากสิ่งมีชีวิตที่ตกลงมาจากพื้นผิวโลก และเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญให้กับสัตว์ขนาดใหญ่กว่าในพื้นที่ที่มีอาหารอยู่อย่างจำกัด พื้นที่เขต CCZ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6 ล้านตารางกิโลเมตร ระหว่างหมู่เกาะฮาวายและประเทศเม็กซิโก แม้จะเป็นพื้นที่ห่างไกล แต่ภูมิภาคนี้กลับได้รับความสนใจอย่างมากเพราะเป็นแหล่งสะสมของ “ก้อนแร่โลหะ” ขนาดเท่ามันฝรั่งกระจายอยู่เต็มพื้นมหาสมุทร แร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากต่อเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น แผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมการค้นพบในครั้งนี้ มีการค้นพบ “วงศ์ใหม่” คือ Mirabestioidea และสกุลใหม่อีก 2 สกุล ได้แก่ Mirabestia และ Pseudolepechinella ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากในปัจจุบัน ส่วนสายพันธุ์อื่นกระจายอยู่ในวงศ์ต่าง ๆ ประมาณ 10-11 วงศ์

หนึ่งในสายพันธุ์ที่เป็นที่น่าสนใจในการค้นพบคือ “Mirabestia maisie” ซึ่งอาศัยอยู่ที่ความลึกประมาณ 4.2 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์พบว่าอวัยวะส่วนปากและรยางค์ของมันมีรูปแบบที่แตกต่างจากแอมฟิพอดกลุ่มอื่น ๆ ที่เคยรู้จักมาอย่างสิ้นเชิง โดยนักวิจัยพบตัวอย่างมากกว่า 25 ตัว ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามันอาจเป็นผู้อาศัยทั่วไปในถิ่นที่อยู่ซึ่งกำลังจะถูกทำเหมือง นอกจาก Mirabestia แล้ว ยังมีการค้นพบสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ทำลายสถิติเดิม เช่น Astyra mclaughlinae ซึ่งเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในความลึกที่สุดของสกุลเท่าที่เคยพบว่า หรือ Pardalisca magdalenae ซึ่งปัจจุบันถือเป็นสมาชิกของสกุลที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกที่สุดในโลกเช่นกัน

การค้นพบในครั้งนี้ สร้างความกังวลให้แก่นักวิจัยเป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่นี้อาจถูกนำไปทำเหมืองแร่ใต้ทะเล ซึ่งก้อนแร่ที่บริษัทเหมืองแร่ต้องการจะขุดขึ้นมานั้น เป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศในพื้นที่ การทำเหมืองอาจทำลายถิ่นที่และส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ถูกตั้งชื่ออีกจำนวนมาก
ดร. เอวา สจ๊วต นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลลึก อธิบายว่าปัจจุบันมีการบันทึกสิ่งมีชีวิตในภูมิภาคนี้ไปแล้วกว่า 5,500 ชนิด แต่เชื่อกันว่า 90% ของสายพันธุ์ทั้งหมดใน CCZ ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ เธอเตือนว่าหากไม่มีการตั้งชื่อและระบุตัวตนที่ชัดเจน เราก็จะไม่สามารถกำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสายพันธุ์เหล่านั้นจากการทำเหมืองได้

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1228072)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy