3 มกราคม 2564 โลกร้อน: 5 เหตุผลที่ปี 2021 อาจเป็นจุดเปลี่ยนในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_5653336

ปี 2021 จะเป็นปีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ บอกว่า เขาคิดว่าปีนี้อาจเป็นช่วงเวลา “ชี้เป็นชี้ตาย” ในการต่อสู้กับปัญหานี้ ดังนั้น ในช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองและคาดหวังว่าจะเกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นในปีใหม่ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เชื่อว่าปี 2021 อาจเป็นปีที่ความพยายามแก้ปัญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศโลกประสบผลสำเร็จ

1.การประชุมใหญ่ว่าด้วยเรื่องสภาพภูมิอากาศ ในเดือน พ.ย. 2021 ผู้นำโลกจะมารวมตัวกันในเมืองกลาสโกว์ของสกอตแลนด์ เพื่อร่วมประชุมในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังจากที่เคยร่วมประชุมกันในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อปี 2015 การประชุมในกรุงปารีสมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ทุกชาติในโลกตกลงหารือกันว่าทุกประเทศจำเป็นต้องช่วยกันจัดการกับปัญหานี้ ปัญหาก็คือ คำมั่นสัญญาที่ประเทศต่างๆ ให้ไว้ว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยังคงห่างไกลจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ในการประชุมครั้งนั้นมาก ในการประชุมครั้งดังกล่าว ประชาคมโลกเห็นชอบร่วมกันว่าต้องหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการพยายามควบคุมอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส จากช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมให้ได้จนกว่าจะสิ้นศตวรรษนี้ เป้าหมายคือ 1.5 องศาเซลเซียส หากเป็นไปได้ แต่เรายังห่างไกลจากแผนนั้นอยู่มาก ดังนั้น การประชุมในเมืองกลาสโกว์ในปีนี้ จะเป็นเวทีที่มีการหารือกันถึงความเป็นไปได้ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยิ่งกว่าเดิม

2. ประเทศต่างๆ ได้ลงนามในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว เกิดความคืบหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประกาศว่า จีนตั้งเป้าที่จะทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ภายในปี 2060 บรรดานักสิ่งแวดล้อมต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน เนื่องจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มักถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่ต้องแลกมาด้วยราคาแพง แต่ประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลกราว 28% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดอย่างจีน ได้ประกาศให้คำมั่นโดยไม่มีเงื่อนไขว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่แห่งแรกในโลกที่ให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จนเป็นศูนย์ เมื่อเดือน มิ.ย. 2019 จากนั้นสหภาพยุโรปจึงประกาศตามมาในเดือน มี.ค. 2020 นับจากนั้น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็ร่วมให้คำมั่นด้วย ซึ่งสหประชาชาติประเมินว่าปัจจุบันมีมากกว่า 110 ประเทศที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ภายในช่วงกลางศตวรรษนี้ โดยประเทศเหล่านี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันมากกว่า 65% ของทั้งโลก และมีขนาดเศรษฐกิจสูงกว่า 70% ของทั้งโลก

3.ปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนมีราคาถูกที่สุด ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) สรุปว่า ปัจจุบันโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดีที่สุด “เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่มีถูกที่สุดในประวัติศาสตร์”พลังงานหมุนเวียนมักจะถูกกว่าพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่แล้วในประเทศส่วนใหญ่ เมื่อต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่หลายแห่ง ถ้าประเทศต่างๆ ในโลกหันมาเพิ่มการลงทุนในพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และแบตเตอรีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ราคาอาจจะลดต่ำลงไปอีกจนถึงจุดที่ถูกมากถึงขั้นที่ทำให้มีการปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊สหรือถ่านหิน โดยนำพลังงานหมุนเวียนเหล่านั้นมาใช้ในเชิงพาณิชย์แทนได้ นั่นเป็นเพราะว่า ต้นทุนของพลังงานหมุนเวียนเป็นไปตามการผลิต ยิ่งผลิตมากก็ยิ่งมีราคาถูกลง เป็นการผลักดันให้เกิดการผลิตมากขึ้น ราคาก็จะยิ่งถูกลงไปอีก แล้วเมื่อราคายิ่งถูกลง ก็ยิ่งมีการผลิตพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้เพิ่มขึ้น

4.โควิดเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง การระบาดของโควิด-19 สั่นคลอนความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของเรา และย้ำเตือนเราว่าโลกของเราอาจจะเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิดที่เราไม่สามารถควบคุมได้ การระบาดของโควิดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่สุด สหภาพยุโรปและรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโจ ไบเดน รับปากแล้วว่าจะลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อทำให้ระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเป็นตัวกระตุ้นกระบวนการให้เกิดการลดการปล่อยคาร์บอนลงจนกลายเป็นศูนย์ ทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป หวังว่าประเทศอื่นๆ จะเข้าร่วมกับพวกเขาด้วย เพื่อช่วยผลักดันให้ต้นทุนของพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกลดต่ำลงไปอีก

5. ธุรกิจต่างๆ ก็ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเช่นกัน การลดต่ำลงของต้นทุนพลังงานหมุนเวียน และการกดดันจากประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นให้มีการจัดการเรื่องสภาพภูมิอากาศ กำลังทำให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนแปลงทัศนคติในเรื่องนี้

LinksLinks2