28 ธันวาคม 2563 อึ้งหนัก! “สะแกกรัง” แห้งขอดตลอดสายบางจุดเดินข้ามได้ ชาวแพเผยเกิดมาครึ่งศตวรรษยังไม่เคยเห็น

ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9630000132373

แม่น้ำสะแกกรัง” หนึ่งในแม่น้ำสายหลักของอุทัยธานี อยู่ในสภาพแห้งขอดอย่างหนักตลอดทั้งสายน้ำมาหลายสัปดาห์ จนถึงขั้นสามารถเดินข้ามฝั่งได้แล้วในบางจุด ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเรือนแพและกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังต่างได้รับความเดือดร้อน ลูกบวบเรือนแพพังเสียหาย และเลี้ยงปลากระชังไม่ได้ตามปกติ

ล่าสุด จากการลงพื้นที่ดูสภาพแม่น้ำสะแกกรังบริเวณตรงข้ามกับวัดพิชัยปุรณาราม ต.อุทัยใหม่ อ.เมืองอุทัยธานี ซึ่งเป็นจุดที่น้ำแห้งมากที่สุด สามารถมองเห็นเนินดินตรงกลางที่เคยเป็นลำน้ำ และเดินข้ามฝั่งไปมาได้แล้ว ชาวแพบริเวณดังกล่าวต่างพยายามลากเรือนแพของตนเองไปไว้ในจุดที่เป็นแอ่งที่พอจะมีน้ำขังอยู่เพื่อหล่อเลี้ยงลูกบวบเรือนแพให้ได้รับความเสียหายน้อยที่สุด เนื่องจากการเปลี่ยนลูกบวบเรือนแพแต่ละครั้งนั้นต้องใช้เงินมากถึง 2-3 หมื่นบาท

ส่วนจุดบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด และบริเวณลานสะแกกรัง ตรงข้ามกับวัดอุโปสถาราม หรือ วัดโบสถ์นั้น ก็พบว่าน้ำเริ่มลดแห้งลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงร่องกลางแม่น้ำแล้วเช่นกัน ทำให้ชาวแพต้องพากันลากเรือนแพของตนเองมาไว้กลางลำน้ำทั้งหมด

นายจเร จีดารัตน์ อายุ 65 ปี แพเลขที่ 97 ชุมชน 7 (จุดตรงข้ามวัดพิชัยปุรณาราม) ซึ่งเป็นจุดที่น้ำแห้งขอดมากที่สุด เล่าว่า ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่น้ำสะแกกรังถึงได้แห้งขอดหายไปจนถึงขั้นเดินข้ามฝั่งได้ขนาดนี้ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ตอนนี้เรือนแพแต่ละหลังก็พากันค้างเติ่ง แห้งจนลูกบวบลอยขึ้นมาเสียหายกันเกือบหมด ซึ่งเมื่อเดือนตุลาคม 63 ที่ผ่านมาก็มีส่วนราชการเข้ามาช่วยซ่อมแซมเรือนแพไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นน้ำก็ยังไม่ลดมากขนาดนี้

“ลูกบวบเรือนแพที่ปกติจะจมอยู่ใต้น้ำ แต่พอน้ำแห้งลงจนลูกบวบอยู่เหนือน้ำก็จะถูกแดดเผาตามข้อปล้องก็จะแตกออก พอเมื่อปล้องลูกบวบแตกก็จะไม่สามารถพยุงแพให้ลอยน้ำได้ทำให้เรือนแพจมน้ำเสียหาย จึงต้องรื้อลูกบวบเปลี่ยน ซึ่งการเปลี่ยนลูกบวบเรือนแพแต่ละครั้งต้องใช้เงินถึงหลักหมื่นบาท ขั้นต่ำนั้นเริ่มที่ 2 หมื่น ถึง 3 หมื่นบาท อยู่ที่ขนาดของเรือนแพ

ทั้งนี้ ชาวแพสะแกกรังส่วนใหญ่ต่างคาดถึงสาเหตุของแม่น้ำสะแกกรังที่ประสบปัญหาแห้งแล้งหนักขนาดนี้อาจเกิดจากที่แม่น้ำสะแกกรังไม่มีประตูน้ำ จึงทำให้ไม่สามารถเปิดปิดและกักเก็บน้ำได้ เมื่อน้ำไหลเข้ามาก็ไหลผ่านออกไป พอถึงช่วงที่แม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำลงหนักน้ำก็ไม่สามารถที่จะผันเข้าแม่น้ำสะแกกรังได้ จึงอยากให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยสำรวจพื้นที่และแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้อย่างจริงจัง ถึงแม้จะไม่ทำประตูน้ำ แต่ก็ควรจะหาวิธีการแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

LinksLinks2