27 กันยายน 2564 สังคมโลก : เกณฑ์ใหม่มลพิษ

ที่มา:

Slide 1

https://www.dailynews.co.th/articles/314465/

Slide 1

จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ คำแนะนำใหม่ขององค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายที่มลพิษทางอากาศ รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก และไนโตรเจนไดออกไซด์ ที่พบในการปล่อยเชื้อเพลิงฟอสซิล จะสามารถรักษาชีวิตชาวโลก ไม่ให้สูญเสียไปโดยไม่สมควร ได้หลายล้านคน นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตชาวโลกก่อนวัยอันควรอย่างน้อย 7 ล้านคนต่อปี ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า มลพิษทางอากาศแม้ในระดับต่ำมาก จะส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ ไล่ตั้งแต่สมองไปจนถึงทารกที่กำลังเติบโตในครรภ์มารดา องค์การอนามัยโลกคาดหวังว่า การปรับแก้เกณฑ์จะกระตุ้น 194 ประเทศสมาชิก ดำเนินการลดการปล่อยเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นอีกปัจจัยเร่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ช่วงนี้ทั่วโลกกำลังถูกกดดันให้นำเสนอแผนใหม่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก่อนถึงการประชุมใหญ่สภาพภูมิอากาศโลกขององค์การสหประชาชาติ ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้ ที่เมืองกลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ ในปี พ.ศ. 2562 ประชากรโลกร้อยละ 90 สูดหายใจอากาศที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ตามเกณฑ์แนะนำของปี พ.ศ. 2548 และบางประเทศ เช่น อินเดีย มาตรฐานระดับประเทศยังต่ำกว่าคำแนะนำของปี พ.ศ. 2548 ส่วนสหภาพยุโรป ส่วนใหญ่ของสมาชิก 27 ประเทศ มีมาตรฐานสูงกว่าคำแนะนำ แต่บางประเทศทำไม่ได้

เคิร์ต สเตรฟ อดีตนักวิทยาศาสตร์ประจำสำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ความพยายามควบคุมมลพิษด้วยการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล จะส่งผลดีถึง 2 เท่า คือ สภาวะสาธารณสุขดีขึ้น และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง คำแนะนำใหม่ลดขีดจำกัดขององค์การอนามัยโลกลงครึ่งหนึ่ง  สำหรับค่าเฉลี่ยรายปีของพีเอ็ม 2.5 ไม่ควรสูงเกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกณฑ์ตามคำแนะนำเก่า จำกัดค่าเฉลี่ยรายปีไว้ที่ไม่เกิน 10 ไมโครกรัม แต่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็ก แม้ในระดับต่ำ ในระยะยาวยังคงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ปอด หลอดเลือดสมอง และผลกระทบทางลบอื่น ๆ ต่อสุขภาพมนุษย์ ในประกาศคำแนะนำใหม่ขององค์การอนามัยโลกระบุว่า เกือบร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตที่เกี่ยวพันกับ พีเอ็ม 2.5 สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากระดับมลพิษทางอากาศในปัจจุบันลดลง ระดับค่าเฉลี่ยพีเอ็ม 2.5 ในประเทศจีน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อยู่ที่ 34 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ในเขตเมืองหลวงกรุงปักกิ่ง ค่าเฉลี่ยสูงถึง 41 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ประชากรโลกที่มีความเสี่ยงสูงสุด คือ กลุ่มที่อยู่ในประเทศรายได้ต่ำถึงปานกลาง ซึ่งต้องพึ่งพาการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

โจนาธาน กริก กุมารแพทย์และนักวิจัย มหาวิทยาลัยควีนแมรี ลอนดอน ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า มีหลักฐานชี้ชัดประชากรโลกที่ยากจนกว่า และด้อยโอกาสทางสังคมมากกว่า มีความเสี่ยงสูงต่อการสัมผัสมลพิษทางอากาศ เนื่องจากสถานที่อยู่อาศัยใช้ชีวิต และความจริงที่น่าเศร้า คือ กลุ่มคนเหล่านี้ปล่อยมลพิษสู่อากาศน้อยกว่า แต่กลับได้รับผลกระทบทางลบมากกว่า กริกย้ำว่า การทำได้ตามมาตรฐานใหม่ของดับเบิลยูเอชโอ ไม่เพียงแต่จะปรับปรุงสุขภาพของประชากรโลกโดยรวม แต่ยังจะช่วยลดความไม่เท่าเทียมทางสาธารณสุขด้วย

LinksLinks2