26 มีนาคม 2569 กทม. กำชับผู้รับจ้าง โรงกำจัดมูลฝอยสายไหม ปรับเป็น ‘ระบบปิด 100%’ มุ่งคุมกลิ่น 21 เม.ย.นี้ นัดเช็คอีกรอบ
วันที่ 25 มีนาคม เวลา 08.15 น. ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานในความดูแลรับผิดชอบของสำนักสิ่งแวดล้อม โครงการกำจัดมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ และโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ซึ่งเป็นการติดตามงานต่อเนื่องจากเดือนมกราคม 2569 โดยมี นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นางสาวปาจริยา มหากาญจนะ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม และบริษัทผู้รับจ้าง ร่วมลงพื้นที่
นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า โครงการกำจัดมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ บริษัทผู้รับจ้างจะรวบรวมขยะใส่รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งมูลฝอยไปกำจัดที่ จ.กาญจนบุรี โดยกำชับให้บริษัทผู้รับจ้างปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สะอาดและเป็นระเบียบ เก็บขยะมูลฝอยที่กองอยู่บริเวณลานหน้าโรงงาน ตรวจสอบไม่ให้รถเก็บขนมูลฝอยนำขยะมูลฝอยมาเทกองรวมกันบริเวณลานด้านนอกอาคาร ล้างทำความสะอาดพื้นและทางเข้าออก
ขณะนี้บริษัทผู้รับจ้างได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารโรงงานให้เป็นระบบปิดทั้งหมด ติดตั้งประตูบริเวณทางเข้า-ออกอาคารรับขยะ 2 ประตู โดยจะเปิด-ปิดเฉพาะช่วงที่มีรถขยะผ่านเข้า-ออก พร้อมติดตั้งม่านอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายออกสู่ภายนอกอาคาร ติดตั้งระบบตรวจวัดกลิ่น E-NOSE ตรวจสอบไม่ให้มีขยะมูลฝอยตกค้าง ในส่วนของรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์แบบไม่มีหลังคา ให้นำผ้าใบปิดคลุมทันทีที่บรรทุกขยะมูลฝอยเต็มแล้ว โดยได้เน้นย้ำบริษัทผู้รับจ้างให้ตรวจสอบการปรับปรุงอาคารเดิมให้เป็นระบบปิดทั้งหมด และอาคารคลุมพื้นที่ขนถ่ายมูลฝอยที่ต่อเติมใหม่ ไม่ให้มีช่องว่างที่จะทำให้กลิ่นขยะมูลฝอยเล็ดลอดออกไปได้อย่างเด็ดขาด
โดยกำหนดลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงโรงงานทั้ง 2 แห่ง เพื่อให้เป็นระบบปิด 100% ทั้งหมด ในวันที่ 21 เม.ย. 69 นอกจากนี้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมอย่างต่อเนื่อง ประสานบริษัทผู้รับจ้างรายงานผลการดำเนินงานให้ทราบทุกสัปดาห์ รวมถึงเน้นย้ำในเรื่องของมาตรการควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากลิ่นขยะมูลฝอยส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้การบริหารจัดการมูลฝอยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำประโยชน์จากมูลฝอยกลับคืนมาใช้ประโยชน์ในรูปของพลังงาน และเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง” นายจักกพันธุ์ กล่าว
ที่มา : มติชน Online (https://www.matichon.co.th/local/news_5649473)