26 เมษายน 2564 ไบเดนตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ ๕๐ เมื่อมหาอำนาจเอาจริงเรื่องแก้ปัญหาโลกร้อน

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2076731

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผ่านวิดีโอออนไลน์ว่าด้วยปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มีผู้นำกว่า ๔๐ ประเทศเข้าร่วม โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวเปิดงานด้วยการให้คำมั่นว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศให้ต่ำกว่าระดับในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ราว ร้อยละ ๕๐-๕๒ ให้ได้ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเคยตั้งไว้ถึงสองเท่า นายไบเดนกล่าวว่า “จากการเปิดเผยของนักวิทยาศาสตร์พบว่า นี่เป็นทศวรรษแห่งการชี้ชะตา นี่เป็นทศวรรษที่เราต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์เลวร้ายที่สุดจากวิกฤติความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ” เขาบอกว่า “เราต้องพยายามรักษาอุณหภูมิของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกินกว่า ๑.๕ องศาเซลเซียส เพราะโลกที่อุณหภูมิเพิ่มมากเกิน ๑.๕ องศาเซลเซียส หมายถึงการเกิดไฟป่า น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และเฮอริเคนที่บ่อยและรุนแรงยิ่งขึ้น ทำลายวิถีชีวิตของคนในชุมชน พรากชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนไป”

นายไบเดนระบุว่า สัญญาณเตือนในตอนนี้เป็นสิ่งที่เราต้องไม่พลาด เพราะวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ และหากเราไม่ทำอะไรเลยก็จะเกิดผลกระทบตามมาอย่างมหาศาล โดยสหรัฐอเมริกาจะไม่รอ และจะแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ผู้นำสหรัฐอเมริกากล่าวว่า จะต้องบังคับปรับเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ และความรู้สึกรับผิดชอบ เพื่อจัดการแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งรัฐบาลไบเดนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ นับตั้งแต่แรกที่เข้ามาทำงานในทำเนียบขาว ตั้งแต่การกลับมาเป็นผู้นำโลกในการแก้ปัญหาโลกร้อน และกลับเข้าสู่ความตกลงปารีสลดโลกร้อน แต่การประกาศแผนครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดานักอนุรักษ์และรณรงค์ต้านโลกร้อนอย่างมาก

นาธาเนียล คีโอเฮน จากกองทุนปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า การออกมาประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศให้ต่ำกว่าระดับในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ราวร้อยละ ๕๐-๕๒ ให้ได้ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ผู้นำสหรัฐอเมริกาสามารถตั้งเป้าได้ตามความคาดหวัง ต่อความเร่งด่วนของการจัดการปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยน เป็นตัวเลขที่วิทยาศาสตร์ชี้ว่าจะช่วยให้โลกรอดปลอดภัยจากผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และจะทำให้สหรัฐฯก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน เช่นเดียวกับการกลับเข้าสู่ความตกลงปารีสลดโลกร้อน

นายคีโอเฮนกล่าวว่า แต่การที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ตามเป้าหมายของนายไบเดน หมายถึงความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับวิถีชีวิตของชาวอเมริกันตั้งแต่เลิกการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า รถยนต์ รถบรรทุกก็ต้องเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นไฟฟ้า ย้อนไปในยุครัฐบาลนายบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกาทำได้เพียงครึ่งทางของเป้าหมายที่ประกาศไว้ในความตกลงปารีสลดโลกร้อน โดยตัวเลขก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงในช่วงนั้น ส่วนใหญ่มาจากการทดแทนพลังงานถ่านหินด้วยก๊าซธรรมชาติตามแรงผลักดันของตลาด

อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้วสหรัฐอเมริกาอยู่ในช่วงประกาศล็อกดาวน์ ตัวเลขปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงไปประมาณร้อยละ ๒๑ เทียบกับของเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เรียกว่า ขนาดเศรษฐกิจชัตดาวน์ไป และประชาชนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ประเทศสหรัฐอเมริกายังปล่อยก๊าซลดลงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่ประธานาธิบดีไบเดนตั้งไว้ผู้เชี่ยวชาญขององค์กรสีเขียวหลายกลุ่มวิเคราะห์ออกมาว่า หากจะทำตามเป้าหมายลดโลกร้อนระยะ ๑๐ ปีให้ได้สำเร็จตามเป้า จะต้องมีการขับเคลื่อนจากรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง ชาวอเมริกันจะต้องหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๘ รัฐบาลต้องเสนอเพิ่มมาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อจูงใจให้คนซื้อรถพลังงานไฟฟ้า จากเดิมอยู่ที่ ๗,๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๒๓๕,๕๐๐ บาท) แต่หลังจากนั้นผู้บริโภคจะต้องซื้อรถไฟฟ้าเพราะไม่มีทางเลือกอื่น 

ด้านสภาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของสหรัฐอเมริการะบุว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ปลอดคาร์บอนเป็นร้อยละ ๘๐ จากเดิมร้อยละ ๔๐ ในปัจจุบัน ถึงจะมีหวังทำได้สำเร็จตามเป้าของนายไบเดน นอกจากนี้ยังต้องปิดเหมืองถ่านหินทั้งหมด และเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดอย่างพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ขึ้นอีกประมาณ ๖-๗ เท่าตัว บรรดาเกษตรกรจะต้องเข้าสู่แผนทำการเกษตรและป่าไม้เพื่อลดโลกร้อน แม้ว่าตอนนี้ประธานาธิบดีไบเดนจะยังไม่ได้เปิดเผยโรดแม็ปสำหรับการมุ่งไปสู่เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามที่ประกาศไว้ แต่ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการคือ การปรับเปลี่ยนมาสู่ระบบ “Macrogrid” ระบบกระจายไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จะส่งไฟฟ้าระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออกได้ทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ คาดว่าประเทสสหรัฐอเมริกาจะเร่งดำเนินการสนับสนุนเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าประเภทถ่านหิน กระบวนการกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกแยกออกจากก๊าซชนิดอื่น ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นกุญแจสำคัญของการบรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีส ขณะที่รัฐบาลไบเดนยังจำเป็นต้องขจัดอุปสรรคทางการเมืองในประเทศ เพราะถึงแม้ว่าพรรคเดโมแครตของนายไบเดนจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่ในสภาสูง พวกเขามีคะแนนเสียงเท่ากับพรรครีพับลิกัน รัฐบาลไบเดนซึ่งประกาศแผนลดโลกร้อนอย่างจริงจัง มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับแรงสนับสนุนทางการเมืองจากทั้งสองฝ่าย และมีการสืบต่อนโยบายไปในทิศทางเดียวกันในอนาคตข้างหน้า