26 มีนาคม 2564 “หน้ากากดอยสามดาว” ปลุกทฤษฎีอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวในจีนยุคโบราณ

ที่มา:

https://mgronline.com/china/detail/9640000028969

สำนักงานโบราณคดีจีนแถลงการขุดค้นครั้งล่าสุดในเขตโบราณคดีซานซิงตุย หมายถึง “ดอยสามดาว” ของมณฑลเสฉวน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน พร้อมนำโบราณวัตถุที่เก่าแก่ย้อนกาลเวลาไปไกลถึงยุคบรอนซ์ (Bronze Age) นักโบราณคดีพบโบราณวัตถุมากกว่า ๕๐๐ ชิ้น ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง ๓,๐๐๐ ปี ขณะที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โบราณวัตถุที่ซานซิงตุย จะเป็นหลักฐานที่มาปะติดปะต่อเผยให้เห็นกำเนิดชนชาติจีน การค้นพบใหม่นี้ปลุกทฤษฎีซานซิงตุยเป็นแหล่งอารยธรรมมนุษย์ต่างดาว ในการขุดค้นเขตซากปรักหักพังซานซิงตุยครั้งแรกๆเมื่อหลายสิบปีก่อนสิ่งที่ทำให้ทีมนักโบราณคดีจีนพิศวงกันมากคือ หน้ากากบรอนซ์ และหน้ากากทองคำจำนวนมากที่ล้วนมีลักษณะเค้าโครงหน้าแปลกประหลาด ไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปเลย หน้ากากมีคิ้วใหญ่ ตาโปน จมูกโต ใบหูกาง และปากแบนกว้าง ทุกชิ้นเกือบไม่มีขากรรไกรล่าง บางคนมองว่า ดูคล้ายรูปปั้นของชนเผ่าโบราณในแถบอเมริกาใต้ บางคนว่าคล้ายมนุษย์ต่างดาวเสียด้วยซ้ำ แน่นอน เรื่องประหลาดเช่นนี้ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงใหญ่ในโลกออนไลน์อีกครั้งหลังจากการแถลงการค้นพบใหญ่ที่ซานซิงตุยเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๐ มี.ค.ที่ผ่านมา การขุดค้นครั้งล่าสุดที่ดำเนินการขุดค้นระหว่างปลายปี ค.ศ. ๒๐๑๙ – พ.ค. ๒๐๒๐ นักโบราณคดีพบหน้ากากทองคำเพิ่มอีก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า อาจเป็นหน้ากากของผู้ประกอบพิธีบวงสรวง ผู้ที่ได้เห็นภาพหน้ากากที่พบในเขตวัฒนธรรมซานซิงตุย หลายคนชี้ว่ามันดูคล้ายกับมนุษย์ต่างดาวจากภาพยนตร์อวตาร (Avatar) มากกว่าใบหน้าชาวจีน นับเป็นลักษณะที่ผ่าเหล่าผ่ากอไปเลย นอกจากนี้หุ่นที่พบในซานซิงตุยสร้างความพิศวงอย่างมาก จนสร้างจินตนาการไปไกลโพ้นถึงนอก ผู้อำนวยการสถาบันโบราณคดีของสถาบันสังคมศาสตร์จีน หวัง เว่ย รีบออกมาหยุดกระแสทฤษฎีอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวในจีนยุคโบราณ โดยจัดแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติจีน “ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอนที่ซานซิงตุย เป็นอารยธรรมมนุษย์ต่างดาว “หน้ากากที่มีตาโตๆผิดไปจากมนุษย์ทั่วไปนั้นเป็นเพราะผู้ประดิษฐ์ต้องการเลียนแบบใบหน้าของเหล่าทวยเทพ” หวังกล่าว ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ซานซิงตุย เหล่ย อี้ว์ เข้าร่วมออกรายการด้วย ก็ให้ความเห็นคล้ายกัน “ซานซิงตุยเป็นวัฒนธรรมที่มีสีสัน เจริญรุ่งเรืองมาพร้อมๆกับวัฒนธรรมจีน” เหล่ย กล่าว และว่า เขาเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงคิดว่าศิลปวัตถุในซานซิงตุยนั้นเป็นมรดกตกทอดมาจากมนุษย์ต่างดาว ในการขุดค้นครั้งก่อนหน้านี้นอกจากหน้ากากจำนวนมาก ยังพบรูปปั้นรูปต้นไม้ ไม้เท้าทองคำ ซึ่งแตกต่างไปจากศิลปะจีนโบราณ ชนิดที่เรียกได้ว่า ไม่ใช่ (ศิลปะจีน) เลย”เหล่ยกล่าวว่า ศิลปะที่มีลักษณะเหมือนศิลปะต่างแดนเหล่านี้ แม้เป็นที่รู้จักดีในวงกว้างแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ขุดพบและนำมาแสดงต่อสาธารณะเป็นสัดส่วนแค่เพียงหยิบมือเดียวของคอลเลคชั่นซานซิงตุยทั้งหมด ศิลปะหลายชิ้นของซานซิงตุยจะช่วยให้แกะรอยอารยธรรมมนุษย์ได้ง่ายขึ้น การขุดค้นซากปรักหักพังซานซิงตุยจากช่วงทศวรรษที่ ๑๙๘๐ -๑๙๙๐ จนถึงปัจจุบัน โบราณวัตถุที่ขุดได้นับรวมได้มากกว่า ๕๐,๐๐๐ ชิ้น กระแสหลักของข้อสันนิษฐานระบุว่า บริเวณเขตซากปรักหักพังซานซิงตุยที่กินอาณาบริเวณ ๑๒ ตารางกิโลเมตรนี้ คือ อาณาจักรสูโบราณ (蜀国) ที่เก่าแก่ย้อนยุคไปอย่างน้อย ๔,๘๐๐ ปี เป็นแหล่งอารยธรรมใหญ่ที่มีพิธีสักการะฟ้าดิน และบรรพบุรุษ อีกทั้งการสวดภาวนาขอความเจริญรุ่งเรือง และสันติภาพ