26 มีนาคม 2564 วิเคราะห์ฟัน ไขความกระจ่างอาหารกิ้งก่าและงู

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2057408

ปัจจุบันนี้มีกิ้งก่าและงูประมาณ ๑๐,๐๐๐ ชนิด จัดอยู่ในอันดับสควอเมต (Squamates) คือ สัตว์เลื้อยคลานที่ยังคงสืบเผ่าพันธุ์มาถึงทุกวันนี้ เดิมเข้าใจกันว่าความหลากหลาย และยิ่งใหญ่ของพวกมันได้มาหลังจากการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ แต่การค้นพบล่าสุดของทีมวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐในประเทศเม็กซิโกนำโดย ดร.ยอร์เก แฮร์เรราฟลอเรส และ ดร.ทอม สตับบ์ส จากมหาวิทยาลัยบริสตอล ในอังกฤษ แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่า สควอเมตมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารอย่างก้าวหน้ากว่าที่เคยคิดไว้เมื่อ ๑๐๐ ล้านปีก่อนจากการศึกษาซากดึกดำบรรพ์สควอเมตจากมหายุคมีโซโซอิก ๒๒๐ ตัว มีทั้งกิ้งก่า งู โมซาซอร์ ที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานทางทะเลขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ทีมวิจัยได้วัดขนาดกรามและฟันของพวกมันรวมถึงจัดแบ่งหมวดหมู่ของอาหาร โดยเปรียบเทียบกับรูปแบบสมัยใหม่ สัตว์บางชนิดมีฟันยาวเหมือนหมุดและกินแมลง บางชนิดมีฟันแบนที่ใช้สับอาหารที่เป็นพืช บางชนิดเป็นนักล่ามีฟันแหลมคม ส่วนงูจะมีฟันงุ้มเพื่อจับเหยื่อของพวกมัน ทีมวิจัยเผยว่า ยังไม่รู้แน่ชัดว่ากลุ่มสควอเมตในยุคครีเตเชียส มีความหลากหลายเพียงใด แต่การศึกษาฟันและกรามได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับความหลากหลายของอาหารและระบบนิเวศ และให้ความเข้าใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสควอเมตในอดีต ทั้งนี้ วัฏจักรบนบกในยุคครีเตเชียสทำให้ป่าไม้มีความซับซ้อนมากขึ้น พืชดอกชนิดใหม่เปิดโอกาสให้แมลงและสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ เข้ามากินใบไม้ เกสรดอกไม้ และน้ำหวาน รวมถึงใช้เป็นที่ซ่อนตัว เป็นไปได้ว่าการเพิ่มขึ้นของความหลากหลายนี้จะกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และสควอเมต มีความหลากหลายตามมาเช่นกัน

LinksLinks2