25 กันยายน 2569 ‘คุณธรรมสิ่งแวดล้อม’ ทางรอดยุคโลกเดือด มาพร้อมกฎหมายเข้มงวด-ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม

การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องอาศัย “คุณธรรม” ทั้งในระดับจิตสำนึกของบุคคล และ “คุณธรรมระดับระบบ” ที่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งปัจเจกบุคคลไม่สามารถแก้ไขได้ลำพัง เน้นย้ำหลัก “ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม” เพื่อไม่ให้ภาระผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนตกอยู่กับกลุ่มเปราะบางซึ่งเป็นผู้ก่อมลพิษน้อยที่สุด

การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยกลไกกฎหมายที่เข้มงวด เช่น ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างกติกาที่เท่าเทียมและบังคับให้ภาคธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อพูดถึง “คุณธรรมสิ่งแวดล้อม” ผู้คนมักมองว่าคุณธรรมอาจฟังดูเป็นนามธรรม จึงควรแปลงให้อยู่ในรูปของ “จริยธรรมสิ่งแวดล้อม” (Environmental Ethics) ซึ่งเป็นแนวคิดที่มองว่ามนุษย์ต้องดูแลรักษาธรรมชาติ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) Anthropocentrism การมองมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ที่ดูแลธรรมชาติเพราะหากไม่ดูแล มนุษย์เองจะเดือดร้อน 2) Biocentrism การมองสิ่งมีชีวิตเป็นศูนย์กลาง ที่ยอมรับว่าทุกชีวิตมีคุณค่าและสิทธิในการดำรงอยู่ด้วยตนเอง และ 3) Ecocentrism แนวคิดนิเวศวิทยาเชิงลึกที่มองระบบนิเวศของโลกเป็นองค์รวมที่ต้องอนุรักษ์ไว้ โดยก้าวข้ามประโยชน์ของเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่ง

คุณธรรมระดับปัจเจกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จำเป็นต้องมี “คุณธรรมระดับระบบ” โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” เพราะวิกฤตภูมิอากาศในปัจจุบันกำลังทำให้เกิดภาวะที่กลุ่มคนซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด เช่น ผู้ยากจนหรือกลุ่มเปราะบางที่มีวิถีชีวิตเป็นมิตรต่อโลก กลับกลายเป็นผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบและภัยพิบัติรุนแรงที่สุด ดังนั้นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี จึงต้องรับประกันว่าภาระและความรับผิดชอบจะไม่ตกอยู่กับกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1253002

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy