25 เมษายน 2564 วิกฤตด้านภูมิอากาศหลังปี 1990 ทำแกนหมุนโลกเคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิม

ที่มา : https://www.bbc.com/thai/international-56871714

ภาวะโลกร้อนเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งทำให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกเกิดการละลายครั้งมโหฬาร กำลังส่งผลให้แกนหมุนของโลกเคลื่อนตัวออกห่างจากตำแหน่งเดิม ทั้งยังทำให้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

ผลการศึกษาตำแหน่งล่าสุดของแกนหมุนโลก ที่จัดทำโดยสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ชี้ว่าตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา แกนหมุนของโลกเคลื่อนตัวออกห่างจากตำแหน่งเดิม 4 เมตร และนับแต่ปี 1995 เป็นต้นมาได้เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ จากเดิมที่มุ่งหน้าลงทิศใต้เป็นเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกแทน

สาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเกิดความเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนการกระจายตัวของมวลบนพื้นโลก โดยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ธารน้ำแข็งต่าง ๆ บนผืนทวีป ละลายกลายเป็นน้ำที่ไหลลงมหาสมุทรไปในที่สุด นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่ามีน้ำแข็งบนพื้นโลกที่ละลายหมดไปถึงหลายแสนล้านตันต่อปี “นับแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ปริมาณน้ำที่ถูกกักเก็บไว้บนผืนทวีปลดลงอย่างฮวบฮาบด้วยอัตราเร่ง ปรากฏการณ์นี้คือปัจจัยหลักที่ทำให้แกนหมุนโลกเคลื่อนตัวในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา” ดร. เติ้ง ซานซาน ผู้นำทีมวิจัยของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนกล่าว

รายงานวิจัยข้างต้นซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Geophysical Research Letters ยังระบุว่า อัตราความเร็วเฉลี่ยของการเปลี่ยนตำแหน่งแกนหมุนโลกระหว่างปี 1995-2020 นั้น รวดเร็วยิ่งกว่าอัตราเฉลี่ยของปี 1981-1995 ถึง 17 เท่า โดยทีมผู้วิจัยสามารถวิเคราะห์ได้จากข้อมูลดาวเทียมที่ตรวจวัดความโน้มถ่วงทั่วโลก ตามปกติแล้วตำแหน่งของแกนหมุนโลกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำในมหาสมุทร และการไหลเวียนของหินร้อนหลอมละลายใต้ผืนโลก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ว่า กิจกรรมของมนุษย์ซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ได้ส่งผลสะเทือนถึงระดับโครงสร้างสำคัญของโลกเลยทีเดียว

นอกจากการละลายของธารน้ำแข็งเพราะภาวะโลกร้อนแล้ว ทีมผู้วิจัยยังสันนิษฐาน ว่าการสูบน้ำบาดาลมาใช้อุปโภคบริโภคในปริมาณมหาศาล จนแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดินไม่มีน้ำไหลเข้ามาแทนที่อีกต่อไปนั้น ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัดส่วนการกระจายตัวของมวลบนพื้นโลกเปลี่ยนแปลงไป จนส่งผลกระทบถึงแกนหมุนของโลกด้วย