25 มีนาคม 2564 ๒ หมีพ้นนรก ถูกกักไร้เดือนไร้ตะวัน ๑๗ ปี มีแต่แสงไฟเวลาถูกรีดน้ำดี

ที่มา:

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6198206

รายงานผลงานช่วยชีวิตสัตว์โลกให้พ้นจากภาวะถูกทรมานของทีมองค์กรการกุศล โฟร์พาวส์ – FOUR PAWS ล่าสุดคือ ช่วยหมี ๒ ตัวที่ถูกขัง เพื่อรีดดีหมีอยู่ในฟาร์มผิดกฎหมายในประเทศเวียดนามมานานถึง ๑๗ ปี หมีควาย หรือ Asiatic bear ตัวผู้ชื่อ ซวน ตัวเมียชื่อ โม ถูกขังอยู่ในกรงมืดชั้นใต้ดิน เมืองเซินลา ทางเหนือของประเทศเวียดนาม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ยังเป็นลูกหมีน้อย มันเติบโตขึ้นมาโดย ไม่เคยเห็นเดือนเห็นตะวัน มีเพียงแสงไฟที่ส่องให้เวลาคนเข้าไปเจาะช่องท้องดูดเอาน้ำดีไปขาย ด้วยความเชื่อว่าเป็นยาแผนโบราณ เจ้าหน้าที่กลุ่มโฟร์พาวส์เผยว่า สะเทือนใจมากกับสภาพที่เห็น และถือว่าเป็นเคสเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยทำงานช่วยเหลือสัตว์มา กรงทั้งแคบทั้งสกปรก ไม่มีทางที่จะมีอากาศสดชื่นเข้าไปได้ และแทบไม่มีช่องระบายลมเลย หมีทั้งสองถูกกักอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย อาหารที่กินมีแต่ผักเน่าๆ ราวกับเลี้ยงไว้แค่ให้ยังไม่ตาย จังหวะที่เข้าไปช่วยหมีพ้นนรก ทีมงานต้องวางยาสลบมันก่อนเพื่อนำไปตรวจสภาพร่างกาย เบื้องต้นพบหมีเจ็บป่วยจากเชื้อโรคที่ถุงน้ำดี เนื่องจากมันถูกเจาะเพื่อรีดเอาน้ำดี หมีซวนที่เป็นตัวผู้มีสภาพน้ำหนักเกิน และป่วยโรคตับ ฟันหลุดร่วงไปหลายซี่ เพราะกัดลูกกรงเพื่อหาทางออก ซิลเวีย คาโลเจอโรปูลู สัตวแพทย์ที่ตรวจสภาพร่างกายหมีทั้งสอง กล่าวว่า ทั้งซวนและโมต่างต้องใช้เวลาพักฟื้น จากนั้น เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายมันไปอยู่เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าที่นินห์บิ่ญ โดยใช้เวลาขับรถนาน ๙ ชม. เป็นสถานที่อยู่อาศัยของหมีที่เจ้าหน้าที่ไปช่วยมาจากฟาร์มรีดดีหมี ขณะนี้มีหมีดำเอเชียอยู่ราว ๔๐ ตัว นอกจากเป็นตัวที่ช่วยมาจากฟาร์มแล้ว ยังมีตัวที่เป็นเหยื่อลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายด้วย

ดีหมีถูกใช้ปรุงยาแผนโบราณ เดิมนายพรานจะรีดออกมาหลังจากฆ่าหมีแล้ว แต่ช่วงทศวรรษที่ ๑๙๘๐ เป็นต้นมา มีเกษตรกรแอบจับหมีมาขังแล้วเจาะช่องท้องดูดน้ำดีออกมาขณะที่หมียังมีชีวิตอยู่โดยขังไว้ในกรงเหล็ก ซึ่งเป็นวิธีที่ทารุณมาก ประเทศเวียดนามตรากฎหมายให้วิธีการดังกล่าวเป็นเรื่องผิดกฎหมายตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ (ค.ศ. ๑๙๙๒) แต่ยังลักลอบทำธุรกิจนี้อยู่ เนื่องจากมีความต้องการจากตลาดจีนสูงมาก แม้กระทั่งแนะนำกันว่า ใช้รักษาโรคโควิด-19 เชื่อว่าในประเทศจีน มีหมีตกเป็นเหยื่อการค้านี้ตามฟาร์มต่างๆ กว่า ๑๐,๐๐๐ ตัว ส่วนในประเทศเวียดนามน่าจะมีถึง ๑,๐๐๐ ตัว

LinksLinks2