25 มิถุนายน 2563 ๔ เขื่อนลุ่มเจ้าพระยาน้ำส่อวิกฤต – กระทบเกษตร

ที่มา:

นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า ขณะนี้ต้องจับตาที่เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ ๗,๐๐๐ กว่า ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ ๓๑ ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณน้ำในปีนี้น้อยกว่าปี ๖๒ มาก ที่ในช่วงเวลาเดียวกันมีน้ำใช้การได้ประมาณ ๒,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้น้ำในเขื่อนจึงยังเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก แต่จะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะชาวนาที่ไม่สามารถปลูกข้าวได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาแม้มีปริมาณฝนตกในบางส่วนของภาคเหนือ แต่เป็นการตกนอกเขื่อน ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ในเดือน ก.ค. คาดว่าจะมีฝนตกลงมาเพิ่ม ทำให้สถานการณ์แล้วคลี่คลายลงไปได้บ้าง

ทั้งนี้ กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำ ๔ เขื่อนหลักจะส่งให้เฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก ส่วนภาคการเกษตร หากเกษตรกรที่เพาะปลูกนาปีไปแล้ว จะนำน้ำท่าจากแม่น้ำและลำคลองธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำนาปี ได้ขอความร่วมมือให้เริ่มทำนาปีในช่วงหลังกลางเดือน ก.ค. ๖๓ เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีฝนตกชุกและมีปริมาณน้ำเพียงพอ