24 กุมภาพันธ์ 2564 โควิดทำให้ระดับมลพิษในโอโซนลดลง ในช่วงเริ่มต้นการระบาด

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2038416

ตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เมื่อการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อให้เกิดโรคโควิดไนน์ทีน (COVID-19) ขยายวงกว้างขึ้น หลายประเทศแก้ไข และรับมือด้วยการปิดเมือง งดการเดินทางขนส่ง ออกมาตรการให้ประชาชนเก็บตัวอยู่กับบ้าน เพื่อป้องกันการเสี่ยงสัมผัสระหว่างกัน แม้จะเป็นเรื่องอึดอัดคับข้องกายใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาติมีความลิงโลดได้ฟื้นฟูเยียวยาตัวเองโดยที่ไร้มนุษย์มาข้องแวะ ล่าสุด มีรายงานในวารสารการวิจัยด้านธรณีฟิสิกส์ จากนักวิทยาศาสตร์ของ National Center for Atmospheric Research (NCAR) หน่วยงานวิจัย และศึกษาชั้นบรรยากาศของสหรัฐอเมริกาวิเคราะห์ข้อมูลจากบอลลูนตรวจสภาพอากาศและเครื่องมือตรวจจับระยะไกลที่ได้มาจากสถานี ๔๕ แห่ง โดย ๓ แห่งเป็นสถานีที่ดูแลจัดการโดยหน่วยงาน NCAR ส่วนที่เหลือคือ หอดูดาวหลายแห่ง พบในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนของปีที่ผ่านมา บรรยากาศชั้นโอโซนที่ระยะทาง ๑ – ๘ กม. เหนือพื้นผิวโลก มีการลดลงโดยเฉลี่ยร้อยละ ๗ ทางซีกโลกเหนือ เป็นการลดปริมาณโอโซนลงอย่างมากในภูมิภาค และครั้งสุดท้ายที่โอโซนในโทรโพสเฟียร์ หรือโอโซนที่เกิดใกล้พื้นผิวโลก และเป็นที่อยู่ของก๊าซที่อันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น ก๊าซเรือนกระจกมีปริมาณลดลงแบบเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นที่เมืองโฮเฮนไพเซนแบร์ก ประเทศเยอรมนีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ การวิจัยใหม่เชื่อว่า การลดลงของโอโซนอาจอธิบายได้จากการคมนาคมขนส่งที่ลดลง เนื่องจากมนุษย์เก็บตัวในบ้านงดการเดินทางสัญจรในช่วงโควิด-19 ระบาด ทั้งนี้ นักวิจัยยังระบุว่าการปล่อยมลพิษบนพื้นผิวโลกลดลงร้อยละ ๑๔