24 กุมภาพันธ์ 2563 หนึ่งเดียวในโลก “พระพุทธรูปกลักฝิ่น” วัดสุทัศน์

ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1778676

พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตฺตคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระคาถาสุนทรีวาณี พระราชทานเป็นพระราชกุศลธรรมทาน เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. 2562 นั้น สำหรับพระสุนทรีวาณีนี้ เป็นเทพธิดาบนดอกบัว เป็นบุคลาธิษฐานซึ่งสมเด็จพระวันรัต (แดง สีลวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม คิดแบบขึ้นจากคาถาสรรเสริญพระธรรมรัตนะซึ่งปรากฏในบานแพนกของคัมภีร์สุโพธาลังการ โดยถือว่าคาถาพระสุนทรีวาณีในคัมภีร์สุโพธาลังการ เป็นปฐมบทที่จะนำพาบุคคลให้ประสบความรุ่งเรืองทางสติปัญญา ซึ่งในขณะนี้ทางวัดกำลังเตรียมที่จะจัดสร้างพระสุนทรีวาณี หน้าตัก 20 นิ้ว 2 องค์ เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประดิษฐานที่พระวิหารของวัด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะบูชา เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่วัดยังมีพระพุทธรูปสำคัญองค์เดียวในโลกที่สร้างจากกลักฝิ่นชื่อว่า พระพุทธเสรฏฐมุนี สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เป็นพระพุทธรูปที่หล่อจากกลักฝิ่น ประดิษฐานเป็นพระประธานในศาลาการเปรียญ วัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 มีชาวต่างชาตินำฝิ่นเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งฝิ่นจัดอยู่ในประเภทสิ่งเสพติดชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้คนขาดสติ ทรงมองว่า บั่นทอนความมั่นคงของบ้านเมือง จึงมีพระราชโองการปราบฝิ่นครั้งใหญ่ในปี 2382 และโปรดรวมมาเผาทำลายที่สนามชัย หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท และเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2382 ทรงนำกลักฝิ่นจำนวนมากมาหล่อเป็นพระพุทธรูป ที่โรงหล่อของหลวงในพระบรมมหาราชวัง และอัญเชิญมาประดิษฐานที่ศาลาการเปรียญวัดสุทัศนเทพวราราม โดยผู้คนในขณะนั้นเรียกว่า “พระกลักฝิ่น” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามว่า “พระพุทธเสรฏฐมุณี”.

LinksLinks2