23 กรกฎาคม 2564 ทำไมจีนถึงน้ำท่วมหนักเป็นประวัติการณ์ ถึงขั้นคนจมดับในรถไฟใต้ดิน

ที่มา:

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6524936

สถานการณ์ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์จนน้ำหลากท่วมมณฑลเหอหนาน ภาคกลางของประเทศจีน น้ำทะลักเขื่อนและอ่างเก็บน้ำพังทลาย ดินถล่ม บ้านเรือนหลายหลังพังครืน น้ำไหลท่วมสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่เมืองเจิ้งโจว และเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่ผู้เคราะห์ร้ายจมน้ำตายในรถไฟฟ้าถึง 12 ราย จากยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย แม้รัฐบาลจีนเคยออกข่าวว่า เครือข่ายเขื่อนขนาดใหญ่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ทุกปีได้ แต่มวลน้ำมหาศาลเมื่อไม่กี่ปีมานี้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายร้อยคนและไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนหลายพันหลัง โดย มี 5 ประเด็น เป็นที่มาของคำถามว่า ทำไมจีนถึงน้ำท่วมหนักเป็นประวัติการณ์

เขื่อนช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือ

ประเทศจีนต้องพึ่งพาอาศัยเขื่อน คันกันน้ำ และอ่างเก็บน้ำ เพื่อควบคุมการไหลของน้ำมาตั้งแต่ในอดีต
กระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินจีน ระบุว่าเมื่อปี 63 เขื่อนและอ่างเก็บน้ำในแม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชีย กักเก็บน้ำได้ประมาณ 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และชะลอน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ด้านล่างอย่างนครเซี่ยงไฮ้ แต่ระบบการจัดการควบคุมป้องกันน้ำท่วมไม่ได้

จึงเกิดคำถามว่าเขื่อนที่สร้างมานานหลายสิบปีมีความคงทนหรือไม่

กองทัพได้รับแจ้งว่า เขื่อนแห่งหนึ่งในมณฑลเหอหนานเสียหายและอาจจะพังทลายลงได้ทุกขณะ หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทหารจึงต้องใช้ระเบิดเปิดทางให้น้ำระบายออกจากเขื่อนและเร่งสร้างคันกั้นน้ำด้วยกระสอบทรายทั่วมณฑลส่วนปีก่อน ทางการท้องถิ่นมณฑลอานฮุยทางตะวันออกของประเทศจีนต้องสั่งการให้ระเบิดเขื่อน 2 แห่งเพื่อระบายน้ำที่กำลังเพิ่มระดับในแม่น้ำชูเหอและจะไหลเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูก ขณะที่ประชาชนมีความกังวลถึงโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบของเขื่อนสามผาเหนือแม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่สร้างบนรอยเลื่อนทางธรณีวิทยา

ผลกระทบภาวะโลกร้อน

ประเทศจีนเดินหน้าสร้างเขื่อน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงบ่อยขึ้น นายเบนจามิน ฮอร์ตัน ผู้อำนวยการสถาบันสังเกตการณ์โลกแห่งสิงคโปร์กล่าวว่า เมื่อชั้นบรรยากาศโลกอุ่นขึ้นจะกักความชื้นมากขึ้นส่งผลให้ฝนตกหนักขึ้น กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนเปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำ 53 สายในประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว พร้อมทั้งเตือนว่า เขื่อนสามผากำลังเผชิญกับน้ำท่วมหนักที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเปิดทำการในปี 46 ส่วนเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานซึ่งเป็นพื้นที่ฝนกระหน่ำมากที่สุดในสัปดาห์นี้มีระดับน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีภายในเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น

เมืองฟองน้ำช่วยได้หรือไม่

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมรุนแรงในประเทศจีน เกิดจากการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว การขยายเมืองกินพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ และสร้างคอนกรีตกั้นน้ำไหลผ่าน ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่น้ำจะขังและท่วมอย่างรวดเร็ว เมื่อฝนตกหนัก เพราะไม่มีทางระบาย นายฮอร์ตันกล่าวว่า ทะเลสาบใหญ่หลายแห่งมีขนาดลดลง รัฐบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่งจึงริเริ่มโครงการ “เมืองฟองน้ำ” ในปี 57 โดยสร้างพื้นผิวที่ซับน้ำได้ในเมือง รวมทั้งทางเท้าที่น้ำซึมได้ มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น มีพื้นที่ระบายน้ำและอ่างเก็บน้ำ เพื่อหยุดการสะสมน้ำบนผิวดิน นางสาวเซซิเลีย โตร์ตาชาดา นักวิจัยด้านนโยบายน้ำ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์กล่าวว่า จุดประสงค์ของเมืองฟองน้ำ เพื่อระบายน้ำฝนให้ไหลลงพื้นที่ระบายน้ำหรือพื้นที่สีเขียวและลดผลกระทบในเขตที่อยู่อาศัย

ใครได้รับผลกระทบมากที่สุดจากน้ำท่วม

เมืองฟองน้ำอาจจะได้ผลเล็กน้อยต่อคนในชนบทเพราะอยู่ในเส้นทางน้ำที่ถูกผันมาทำให้ได้รับความเสียหายใหญ่หลวงต่อบ้านเรือนและผลิตผลการเกษตร ขณะชาวเมืองส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่รอดพ้นจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น แต่ชาวชนบทที่อาศัยริมแม่น้ำแยงซีกลับต้องรับเคราะห์แทน หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านต้องอพยพหนีน้ำท่วมเป็นประจำเพื่อให้ประชาชนที่อยู่กันอย่างหนาแน่นในเมืองรอดพ้นจากน้ำท่วม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ น้ำฝนสร้างความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูก 125,000 ไร่ในชนบทรอบเมืองเจิ้งโจว มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 352 ล้านบาท

จะทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม

ประเทศจีนหันไปใช้วิธีเฝ้าระวังน้ำท่วมและสั่งอพยพตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน เมืองอันชิ่ง มณฑลอันชิ่งใช้การเฝ้าระวังสภาวะอากาศด้วยการใช้แว่นเสมือนจริงซึ่งเชื่อมโยงกับกล้องจับภาพระดับน้ำและใช้ระบบอินเทอร์เน็ต 5G เพื่อส่งภาพไปยังผู้ตรวจสอบ ปีที่แล้วกระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตหรือสูญหายจากน้ำท่วมเมื่อช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค. ลดลงเหลือ 219 ราย น้อยกว่าสถิติเฉลี่ยรายปีในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 หรือประมาณ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 832,000 ล้านบาท นางสาวโตร์ตาชาดากล่าวว่า ท้ายที่สุดการป้องกันน้ำท่วมต้องร่วมมือกันทั่วโลกเพื่อต่อสู้กับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ขณะที่หลายประเทศเตรียมรับมือดีขึ้น แต่ในภาพรวมทั้งโลกยังคงไม่ได้เตรียมการ

LinksLinks2