22 เมษายน 2565 น้ำแข็งละลายที่ไอซ์แลนด์ แต่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นที่อีกฟากของโลก

ที่มา: https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/170600

ภาวะโลกร้อนทำให้ระดับน้ำทะเลของประเทศไอซ์แลนด์ลดลง แล้วไปเพิ่มระดับน้ำทะเลที่อีกฟากหนึ่งของโลกแทน เป็นที่ทราบกันดีว่า หนึ่งในผลกระทบที่สำคัญ และเห็นเป็นรูปธรรมที่สุดของภาวะโลกร้อน คือ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล แต่ในขณะที่ทั่วโลกกำลังกังวลเกี่ยวกับปัญหาว่าจะไม่มีพื้นดินเหลือพอให้อาศัยเพราะถูกทะเลกลืนกินพื้นที่ไป ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ กลับกำลังเผชิญกับระดับน้ำทะเลที่ลดลง นี่ไม่ใช่ว่าโลกหายร้อน หรือไม่ได้สร้างผลกระทบอะไร แต่เมื่อน้ำแข็งในหมู่บ้านแห่งนี้ละลาย มันจะไม่ได้ทำให้น้ำทะเลในบริเวณใกล้ ๆ สูงขึ้น แต่กลับไปเพิ่มระดับน้ำทะเลที่อีกฟากหนึ่งของโลก หมู่บ้านแห่งนี้ชื่อว่า ฮัป (Höfn)” เป็นหมู่บ้านที่พึ่งพาการประมงเป็นหลักในการเลี้ยงชีพ แต่เมื่อระดับน้ำทะเลลดลง ก็ทำให้การออกทะเลไปจับปลากลายเป็นเรื่องที่ยากและเสี่ยงอันตรายมากยิ่งขึ้น โดยระดับน้ำรอบหมู่บ้านฮัปกำลังลดลง ทำให้พื้นดินตื้นขึ้น และออกเรือได้ยากขึ้น กระแสน้ำไหลเข้าออกน้อยกว่าที่เคยเป็น ทำให้ช่องที่เรือประมงผ่านเข้ามาค่อย ๆ ถูกถมกลายเป็นพื้นดิน

พอชวารูร์ อาร์นาซอน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยไอซ์แลนด์ในฮัปกล่าวว่า ระดับน้ำที่ลดลง ทำให้เรือ โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่ กระดูกงูของเรือจะค่อนข้างใกล้กับพื้นด้านล่าง ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่พวกมันจะกระแทกพื้น ซึ่งอาจทำให้เรือรั่ว หรือถึงขั้นอับปาง” หมู่บ้านฮัปพึ่งพาการประมงเป็นหลัก หากเรือเข้าออกลำบากหรือเข้าออกไม่ได้ ก็จะนำไปสู่ผลกระทบทางการเงิน และรายได้ของประชากรในหมู่บ้านนี้อย่างแน่นอน ฮัปเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใต้เงาก้อนน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ที่ชื่อว่า วัตนาโยกุช (Vatnajökull) ซึ่งน้ำหนักที่มหาศาลของวัตนาโยกุชกดทับพื้นดินด้านล่างไว้ตลอดหลายร้อยหลายพันปี แต่ภาวะโลกร้อนทำให้ก้อนน้ำแข็งและธารน้ำแข็งเหล่านี้ละลายอย่างรวดเร็ว เมื่อน้ำแข็งหายไป จึงทำให้ระดับพื้นดินแถบนี้สูงขึ้น ที่ไอซ์แลนด์ได้ชื่อนี้ เพราะประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งประเทศปกคลุมด้วยน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง แต่ด้วยภาวะโลกร้อน ทำให้ไอซ์แลนด์สูญเสียน้ำแข็งประมาณ 1 หมื่นล้านตันต่อปีคาดการณ์ว่า ภายในปี ค.ศ. 2200 ไอซ์แลนด์อาจจะไม่มีน้ำแข็งเหลืออยู่เลย การวัดด้วย GPS แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ที่เป็นพื้นดินในฮัปเพิ่มขึ้นมากถึง 1.7 ซม. ต่อปี แต่ยังมีอีกเหตุผลที่ระดับน้ำทะเลรอบ ๆ ประเทศไอซ์แลนด์ลดลง นั่นคือ แรงโน้มถ่วง ข้อมูลที่เรารู้กันโดยทั่วไปคือ การละลายอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็ง และแผ่นน้ำแข็ง ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก เพราะเป็นเหมือนการเพิ่มน้ำปริมาณมหาศาลลงในมหาสมุทร

โธมัส เฟรเดอริคเซ นักวิจัยจาก NASA Jet Propulsion Laboratory กล่าวว่า แผ่นน้ำแข็งมีน้ำหนักมากจนดึงมหาสมุทรเข้าหามันได้ เนื่องจากแรงโน้มถ่วง แต่ถ้าแผ่นน้ำแข็งละลาย แรงดึงดูดนี้จะเริ่มอ่อนลง และน้ำก็จะเคลื่อนตัวออกไปยังพื้นที่อื่น ยิ่งอยู่ห่างจากแผ่นน้ำแข็งมากเท่าไหร่ ก็จะมีน้ำมากขึ้นเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ของ NASA ประเมินว่า หากระดับน้ำทะเลทั่วโลกโดยเฉลี่ยสูงขึ้น 1 ม. ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการละลายของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ ซึ่งอยู่ไปทางเหนือของโลก จะทำให้ไอซ์แลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้กับกรีนแลนด์ มีระดับน้ำทะเลรอบประเทศจะลดลงไป 20 ซม. นั่นเป็นเพราะมันอยู่ใกล้กับกรีนแลนด์มากนั่นเอง การละลายของน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ แม้จะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้น แต่ก็มีเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแผ่นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างกรีนแลนด์หรือแอนตาร์กติกา หากธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ละลายหมด จะทำให้ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1 ซม. ในทางกลับกัน กรีนแลนด์ และแอนตาร์กติกามีน้ำแข็งเพียงพอที่จะทำให้เกิดภัยพิบัติ หากกรีนแลนด์ทั้งหมดละลาย จะทำให้ระดับน้ำทะเลทั้งโลกเพิ่มขึ้น 7.5 ม. ส่วนทวีปแอนตาร์กติกามีน้ำแข็งเพียงพอที่จะเพิ่มระดับน้ำทะเลได้เกือบ 60 ม. หากน้ำแข็งละลายหมด การที่น้ำแข็งละลาย คิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของระดับน้ำทะเลของโลกที่เพิ่มขึ้น ส่วนอีก 1 ใน 3 เกิดจากการที่อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นจากโลกร้อน ทำให้มหาสมุทรขยายตัว หมู่เกาะมาร์แชลล์ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะหลัก และเกาะปะการังรูปวงแหวนอีก 29 แห่ง เมื่อน้ำแข็งละลายในอีกด้านหนึ่งของโลก เช่น กรีนแลนด์และไอซ์แลนด์ทำให้ระดับน้ำทะเลรอบ ๆ ที่นี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว